“ไม่ได้ บาดแผลของนายท่านสาหัสยิ่งนัก จัดการในรถม้าไม่สะดวก ต้องหาสถานที่ห้ามเลือดให้นายท่านโดยเร็ว”
ท่านหมอคิดว่าเป็นเพียงบาดแผลจากดาบธรรมดา ไม่คาดว่าจะแผลหนักถึงเพียงนี้ สีหน้าพลันเคร่งขรึม “นายท่าน ท่านอดทนไว้ได้อย่างไรหรือ?”
นับแต่ได้รับบาดเจ็บจนถึงบัดนี้ เฮ่อชิงเยี่ยนไม่เคยส่งเสียงออกมาสักครึ่งคำ
หากท่านหมอไม่ได้ตรวจบาดแผล เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดรู้ว่าอาการบาดเจ็บของเขาเป็นเช่นไร
“ไม่ต้องตื่นตระหนก เป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อย”
น้ำเสียงของเฮ่อชิงเยี่ยนยังคงเรียบเฉย เขาค่อย ๆ นั่งตัวตรง ก่อนรวบเสื้อผ้าที่ถอดออกมาคลุมกาย
“ข้าจะไปหาโรงเตี๊ยม”
ม่อซงกล่าวจบก็หันกายจากไปทันที
กลิ่นคาวเลือดอบอวลอยู่ในรถม้าไม่จางหาย คอยกระตุ้นประสาทของผู้คนอยู่ตลอดเวลา
เจียงหนานจือเม้มริมฝีปาก สายตาที่มองเฮ่อชิงเยี่ยนแฝงความรู้สึกซับซ้อนเกินพรรณนา
บาดแผลเหล่านี้สร้างแรงกระทบต่อสายตาของนางอย่างยิ่ง!
นางไม่เคยมองว่าตนเป็นคนของโลกใบนี้
เพียงแต่จำต้องยอมจำนนเพราะไร้ทางเลือก
กระทั่งได้เห็นเฮ่อชิงเยี่ยนใช้เลือดเนื้อของตนปกป้องเด็กคนหนึ่ง อีกทั้งรอยแผลทั่วกายยังเป็นหลักฐานว่า ในฐานะองค์รัชทายาทแห่งแคว้น เขาเคยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อคุ้มครองราษฎรในสนามรบ
เจียงหนานจือจึงตระหนักขึ้นมาอย่างฉับพลันว่า ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจริง
เฮ่อชิงเยี่ยนเองก็เป็นคนที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ
“นายท่าน พบโรงเตี๊ยมแล้ว!”
ม่อซงลงมือรวดเร็ว เขาเหมาห้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งใกล้ท่าเรือไว้ทันที
เฮ่อชิงเยี่ยนถูกพาเข้าไปในห้อง
แม่หลิวกับคนอื่น ๆ ถูกจัดให้พักผ่อนอยู่ชั้นล่าง
“คุณหนูรอง ท่านกลับห้องไปพักผ่อนก่อนเถิด”
ม่อไป๋มองเจียงหนานจือที่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วกล่าว “ส่วนคุณชายน้อย คงต้องรบกวนคุณหนูรองช่วยดูแลสักคืน”