“ซากหมาป่าสีเทาตั้งมากมายขนาดนี้ คุณฆ่ามันตอนไหน”
นิกิตาถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
ในเรื่องพิศวงแรกเธออยู่กับลู่หลีตลอด ไม่ได้ห่างไปแม้แต่ก้าวเดียว
ถ้ามีอะไรเปลี่ยนไป เธอต้องรู้
“ผมไม่ได้เป็นคนฆ่า ของพวกนี้เป็นของปล้นของฉีเจ๋ออวี่”
ลู่หลีไม่ได้ปิดบัง
จะว่าไปฉีเจ๋ออวี่ก็หมดตัวในบ่อน ยกสมบัติให้เขาหมดแล้ว
นิกิตาแค่ลองคิดย้อนดูสักนิด ก็น่าจะเดาได้ว่าใครเป็นเจ้าของของพวกนี้
“งี้นี่เอง” นิกิตาถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ซากหมาป่าสีเทาทั้งหมดนี่ ฝีมือฉีเจ๋ออวี่สินะ”
“พลังพรสวรรค์ของเขา แข็งแกร่งถึงขั้นนี้เลยหรือ...”
ลู่หลียิ้มแต่ไม่พูดอะไร หันหลังไปคืนเลื่อยโซ่ให้แม่หมู เก็บกริชเขี้ยวสัตว์ประหลาด
เพราะว่าเนื้อหมาป่าสีเทาต้องเอาไปต้มในหม้อเหล็กของแม่หมูเท่านั้น ถึงจะกลายเป็นซุปเพิ่มค่าสถานะร่างกายได้
ดังนั้นลู่หลีตั้งใจจะยกซากหมาป่าทั้งหมดให้แม่หมู
ฝ่ายหลังยินดีอยู่แล้ว มีแค่ต้องหักค่าดำเนินการนิดหน่อย
ต่อรองกันไปมา หักต้นทุนการแปรรูปออก
สุดท้ายลู่หลีจะได้ซุปเนื้อหมาป่า 30 หม้อ แถมเนื้อสันในหมาป่าสีเทาอีกส่วนหนึ่งที่เอาไปทำอาหารเพิ่มค่าสถานะร่างกายได้ตามใจชอบ
แน่นอน ของมากขนาดนี้ไม่มีทางแปรรูปเสร็จภายในสามชั่วโมง
แต่สำหรับลู่หลี ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
เพราะตอนนี้เขาเป็นเจ้าของบ่อน สามารถใช้ ‘หนังสือสัญญาสิทธิ์ครอบครองบ่อน’ เข้าสู่ ‘โลกเรื่องพิศวง’ ได้ทุกเมื่อ
ดังนั้นข้อจำกัดเวลาของผู้เล่น ไม่มีผลอะไรกับลู่หลี
เก็บของรางวัลทั้งหมดแล้ว ลู่หลีเตรียมออกจากแดนลับ