“แก้แล้ว?”
“แบบนี้แก้ได้ด้วยหรือ?”
ลู่จือจือหยิบกระถางธูปออกมา จุดธูปหอมสามดอก
บูชาฟ้าดิน บูชาเทพจันทร์ เสียบธุปในกระถาง
“แก้ได้สิ ฉันอาจต้องแบกรับผลกรรมบ้าง แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าตายทั้งคู่”
กู้เหยียนโจวนิ่งมองเธอทำพิธี คิดทบทวนอยู่ในใจอยู่นาน
“คุณหนูลู่ ถ้าเราแก้ความสัมพันธ์นี้ แล้วฉันไม่มีคุณคอยส่งบุญให้ จะเป็นอย่างไร?”
เมื่อกี้กู้เหยียนโจวเพิ่งบอกกับลู่จือจือไปว่าไม่ใช่คนแปลกหน้า ให้เรียกให้สนิทกว่านั้น
ยังไม่ทันผ่านไปไม่กี่นาที ก็เปลี่ยนกลับมาใช้คำเรียกที่ห่างเหินอีกแล้ว
ลู่จือจือเขียนกระดาษยันต์ไปเรื่อยๆ
“ก็ต้องดำเนินไปตามเส้นชะตากรรมที่ลิขิตไว้อยู่แล้ว”
“ร่ำรวยเกียรติยศ เกิดแก่เจ็บตาย ล้วนมีกำหนดทั้งสิ้น”
กู้เหยียนโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หมายความว่า ถ้าฉันไม่มีบุญจากเธอ ฉันอาจป่วยตาย ใช่มั้ย?”
ลู่จือจือจับใจความนัยในคำพูดได้ หยุดเขียนแล้วเงยหน้ามองเขา
“คุณกู้ เราไม่ได้เป็นญาติกัน ฉันก็ไม่ใช่พนักงานบริษัทกู้ของนาย”
“ฉันแค่อยากใช้ชีวิตของตัวเองให้มันสงบๆ เท่านั้น”
กู้เหยียนโจวกัดฟันกราม
เขารู้ว่าลู่จือจือพูดถูก
แต่ที่ยอมรับไม่ได้ที่สุดคือ ตัวเองเนี่ยนะที่เป็นตัวถ่วง!
ปกติมีแต่คนอื่นที่ต้องพึ่งพาเขา แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นภาระ
กู้เหยียนโจวก้มหน้า ไม่พูดอะไรอีก
ลู่จือจือร้อยกระดาษยันต์ด้วยด้ายแดง
“วางใจได้ ถึงแม้จะแก้ออกแล้วในภายภาคหน้า ฉันก็ยังดูแลเธออยู่ดี”
“ฉันจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย สอนวิธีทำความดีสะสมบุญ จะไม่ทิ้งเธอไปไหน”
