นี่คือนิสัยของอาจารย์ ชอบสลักฉายาเต๋าของตัวเองลงบนเครื่องรางที่ทำ
เพื่อให้เจ้าของงานรู้ที่มา หากเกิดปัญหาใดขึ้นในภายหลัง
ฝีมือแกะสลักหยกของลู่จือจือก็เรียนมาจากอาจารย์ ย่อมต้องสืบทอดนิสัยของอาจารย์มาด้วย
ด้านหลังหยกทุกชิ้นที่เธอแกะล้วนมีฉายาเต๋าของตน คือ สิงจื่อ
ครั้งก่อนที่ดูออกว่าหยกของลู่อวี้ซูเป็นของปลอม ก็มีสาเหตุนี้ด้วย
ทีนี้ปัญหาก็คือ อาจารย์มาเยือนตระกูลเหรินตั้งแต่เมื่อไหร่?
แล้วทำไมอาจารย์ไม่เคยบอกเธอเลย?
ลู่จือจือถือเข็มทิศเดินวนรอบสวนหนึ่งรอบ แล้วขุดพบหินผลึกทองคำตามตำแหน่งห้าธาตุแปดทิศจำนวนแปดก้อน
นี่คือค่ายดูดทรัพย์ สามารถดูดโภคทรัพย์หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
หินผลึกทองคำบริสุทธิ์ขนาดนี้ ต่อให้มีเงินก็หาซื้อยาก แปดก้อนนี้มีค่ามหาศาล
มิน่าล่ะสองสามีภรรยาตระกูลเหรินนิสัยแย่ยังร่ำรวยได้ ที่แท้ในบ้านมีค่ายดูดทรัพย์ทรงพลังถึงเพียงนี้
ลู่จือจือนั่งชิงช้าครู่หนึ่ง กะว่าด้านในคงทำความสะอาดเสร็จแล้ว จึงเดินกลับ
เธอต้องถามว่าอาจารย์เคยมาเมื่อไหร่
ลู่จือจือมองลอดหน้าต่างเข้าไป เห็นว่าห้องด้านในสะอาดแล้ว
เพิ่งก้าวเข้าประตู เฝิงอวี้หลิงก็วิ่งพรวดพราดเข้ามา
"เราเปิดประตูหน้าต่างได้หรือยัง?"
สีหน้าร้อนรนกลั้นไม่อยู่ทำให้ลู่จือจือขำ
กลิ่นในห้องไม่ดีจนลู่จือจือเองก็แทบจะทนไม่ไหว
"เปิดเถอะ"
ลู่จือจือพูดแค่คำเดียว เฝิงอวี้หลิงกับเหรินเชียนเชียนก็ดีใจราวกับได้รับอภัยโทษ รีบวิ่งไปเปิดหน้าต่าง
เหรินเฉิงนั่งอยู่บนโซฟา หน้าท้องไม่โตน่าขนลุกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็ยังนูนกว่าคนปกติอยู่มาก
