ลู่จือจือเกิดอาการมึนงงอยู่ชั่วขณะ
จนกระทั่งกู้เหยียนโจวโบกมือไปมาตรงหน้าเธอ
“คุณหนูลู่ ไม่เป็นไรนะครับ?”
ลู่จือจือถึงได้สติ เธอรีบรับกำไลมา
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ”
ลู่จือจือหมดอารมณ์พูดคุยไร้สาระแล้ว จึงบอกจุดประสงค์ตรง ๆ
“คืออย่างนี้ค่ะคุณกู้ ฉันอยากขอยืมเลือดของคุณสักหน่อย”
“ฉันรู้ว่าเลือดของคุณล้ำค่า ก็เลยจะไม่ขอเปล่า ฉันจะตกลงทำสิ่งหนึ่งให้คุณ”
กู้เหยียนโจวมีสีหน้าลังเล
“ผมขอถามได้ไหมว่าคุณจะเอาเลือดผมไปทำอะไร เพราะตั้งแต่เด็กผมถูกสอนว่าห้ามให้ผม เลือด หรือเสื้อผ้าตัวเองกับคนอื่นโดยสมัครใจ”
ลู่จือจือเข้าใจความระแวงในใจกู้เหยียนโจวดี
“คุณกู้สบายใจได้นะคะ ฉันจะเอาเลือดคุณไปใช้ทำเรื่องประหลาด ๆ เสียที่ไหน แค่จะใช้เขียนยันต์ค่ะ”
ว่าแล้ว ลู่จือจือก็เอาของที่เตรียมไว้นานแล้วในกระเป๋าออกมาวาง
“นี่คือของที่ฉันเอามา คุณหยดเลือดลงในชามนี้ ฉันจะเขียนยันต์ให้คุณดูต่อหน้าเลย”
ลู่จือจือเข้าใจว่าครอบครัวอย่างตระกูลกู้ ย่อมมีคนอิจฉามากมาย และมีคนเล่นลูกไม้อยูเบื้องหลังไม่น้อย ดังนั้นการระมัดระวังเป็นพิเศษจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
“แล้วต้องใช้เลือดจากหัวใจหรือเลือดจากส่วนอื่นครับ”
ลู่จือจือกลั้นยิ้มไว้
“คุณดูละครทีวีมากเกินไปแล้ว เลือดจากหัวใจอะไรกัน แค่เลือดจากปลายนิ้วก็พอแล้ว”
กู้เหยียนโจวยื่นมือมาอย่างว่าง่าย ลู่จือจือหยิบเข็มเงินออกมา แทงเบา ๆ หนึ่งครั้ง
หยดเลือดสีแดงเข้มผุดขึ้น ราวกับปะการังแดงในทะเลลึก
ในสายตาของลู่จือจือ เลือดนี้เปล่งแสงม่วงทองและมีพลังวิญญาณในตัว
