น้ำใจที่ปู่จางแสดงออกมาทั่วร่างทำให้ลู่จือจือรู้สึกผ่อนคลาย สีหน้าที่เคร่งเครียดก็ผ่อนลงตาม
“ปู่จาง สวัสดีค่ะ”
เหรินเฉิงเอามือที่แดงเพราะถูกบีบไปซ่อนไว้ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ได้แต่ตะโกนด่า
“แกเป็นอะไรกันแน่! ถึงกับบุกเข้ามาถึงบ้านฉันแล้วทำร้ายฉันเนี่ยนะ?”
ปู่จางดันแว่น สีหน้าใจดี แต่นัยน์ตาคุกคาม
“คุณเหริน เมื่อกี้ผมแค่ห้ามไม่ให้คุณตีคุณหนูจือจือ ไม่ได้ลงมืออะไรคุณ ถ้าคุณอยากให้ลงมือจริง ๆ งั้นผมก็ยินดีรับใช้”
ปู่จางสาวเท้าเข้าไปยืนบังลู่จือจือไว้ข้างหลัง
เฝิงอวี้หลิงพยุงเหรินเฉิงพลางหาเรื่องให้เขาลงบันได
“สามี อย่าไปสนใจพวกเขาเลย ดูหน้าตาซอมซ่อนั่นสิ ตั้งใจยั่วให้เธอลงมือ คงเป็นพวกหากินไม่ได้แล้วอยากจะรีดเงิน”
ลู่จือจือพิจารณาปู่จาง
เสื้อผ้าสีขาวดูเรียบ ๆ แต่เป็นผ้าแพรสวรรค์ชั้นดี ไม่ใช่ของราคาถูก
สามีภรรยาตระกูลเหรินพูดเยาะเย้ยถากถาง แต่ปู่จางไม่เกรงกลัว ยังคงสุภาพอ่อนโยน
“ตระกูลเหรินก็เลี้ยงดูคุณหนูจือจือมาจนโต ท่านเจ้าบ้านบอกว่าจะยกที่ดินให้สองแปลง เพื่อแสดงความขอบคุณ”
เฝิงอวี้หลิงแววตาคมกล้า
“จะให้ที่ดินเราทำไม จะปลูกข้าวโพดหรือปลูกมันฝรั่ง? ตระกูลเหรินเราทำมาค้าขายนะ เงินที่หาได้วันเดียว มากกว่าที่พวกคุณทำนาหนึ่งปีได้เสียอีก”
ปู่จางสีหน้าไม่เปลี่ยน
“ในเมื่อคุณสองคนไม่อยากได้ที่ดิน งั้นในรถข้างนอกมีของขึ้นชื่อบางอย่างเป็นของขวัญจะให้พวกคุณ”
พอได้ยินคำว่า ‘ของขึ้นชื่อ’ สองสามีภรรยายิ่งพูดจาเสียดสี
“ของขึ้นชื่ออะไร มันฝรั่งกับผักกาดขาวหรือไง? ของต่ำต้อยอย่างนั้น บ้านเราไม่กินหรอก!”
ปู่จางทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“นี่...”
ลู่จือจือดึงแขนเสื้อปู่จาง ปู่จางเข้าใจในทันที ถอยกลับมาอยู่ข้างหลังลู่จือจือ
นางเอ่ยเสียงเรียบ
“คุณเหรินคุณนายเหริน ถ้าเจอเหตุร้ายคุกคามชีวิต โทรหาฉัน ฉันจะช่วยชีวิตพวกคุณ แต่ช่วยได้แค่ครั้งเดียว”
เหรินเฉิงคลึงข้อมือตัวเองไม่หยุด
“ไอ้ลูกเนรคุณ จะไปก็ไปให้พ้น! ฉันเหรินเฉิงต่อให้ต้องขอทาน ก็ไม่มีวันไปขอถึงบ้านแก! เหมือนกัน แกต่อไปถ้าอดตายอยู่ข้างนอก ก็อย่ามาอ้อนวอนให้ฉันช่วย!”
เฝิงอวี้หลิงโบกมือไล่ทั้งสองคนเหมือนไล่ยาจก
“ไปเร็ว ๆ ไปเร็ว ๆ เห็นหน้าแล้วอัปมงคล”
ปู่จางกำหมัดนิ่ง ไม่แสดงออก แต่ลู่จือจือสัมผัสได้ถึงโทสะในตัวเขา
“ปู่จาง พวกเราไปเถอะค่ะ”
เฝิงอวี้หลิงมองพวกเขา พูดเหน็บแนม
“ไปเร็ว ๆ เถอะ ไปช้ากว่านี้รถเมล์ก็หมดแล้ว ถนนขึ้นเขากลับหมู่บ้านคงลำบากน่าดู!”
ลู่จือจือไม่สนใจนาง ลากกระเป๋าเดินออกไป
เดินมาถึงประตูใหญ่ หันกลับมามองไอสีดำจาง ๆ เหนือคฤหาสน์ นางส่ายหน้าอย่างจนใจ
ปู่จางเปิดประตูรถ ต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“คุณหนู ขึ้นรถเถอะครับ”
ลู่จือจือหันกลับไป รถลินคอล์นสีเงินตัวถังยาวจอดอยู่ตรงหน้า
เมื่อเห็นรถคันนี้ ลู่จือจือก็เข้าใจแล้วว่าทำไมปู่จางถึงไม่ขับเข้ามาในลานบ้าน
รถคันนี้คงเป็นรุ่นสั่งทำพิเศษ กว้างและยาวกว่ารถที่เห็นตามท้องตลาด
ลานบ้านตระกูลเหรินเล็กเกินไป รถคันนี้ขับเข้าไปแล้วตีโค้งกลับไม่ได้
ลู่จือจือรู้สึกสงสัยเล็กน้อย คนขับรถรับกระเป๋าเดินทางของนางไปอย่างนอบน้อม เชิญนางขึ้นรถ
ข้าวของตกแต่งในรถล้วนประณีต เพดานดาวสุกสกาวสะท้อนกับแก้วน้ำคริสตัลออสเตรียบนที่ท้าวแขนเป็นประกายระยิบระยับ
ปู่จางแสดงออกถึงความเอ็นดู
“คุณหนูจือจือ รถคันนี้ท่านเจ้าบ้านสั่งทำพิเศษให้คุณ จากนี้จะเป็นรถประจำตัวของคุณ ถ้าคุณไม่ชอบคันนี้ ที่บ้านยังมีให้เลือกอีก”
ลู่จือจือพยักหน้าขอบคุณ
“คันนี้ก็ดีแล้ว ขอบคุณนะคะ”
ปู่จางกำลังจะตอบกลับ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารับสายด้วยน้ำเสียงนอบน้อมยิ่ง
“ท่านเจ้าบ้าน รับคุณหนูแล้วครับ กำลังจะกลับบ้าน”
ในรถเงียบ เสียงจากปลายสายฟังชัดเจนมาก
“รับแล้วก็ดี ของขวัญพวกนั้นฝ่ายนั้นรับไว้แล้วสินะ”
ปู่จางตอบ
“สามีภรรยาตระกูลเหรินปฏิเสธครับ”
เสียงจากปลายสายสงสัย
“ปฏิเสธ? พวกตระกูลเหรินเทียววิ่งหาเส้นติดต่อขอไหว้วานเพื่อให้ได้ที่ดินสองแปลงนี้มาโดยตลอดแท้ ๆ ทำไมตอนนี้กลับไม่เอา? รังเกียจที่ให้น้อยไปหรือ?”
ปู่จางไม่ได้ส่งเสียง เหมือนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ยังไม่ทันที่ปู่จางจะอธิบาย ทางนั้นก็พึมพำกับตัวเอง
“ก็จริง ที่ดินสองแปลงรวมกันก็แค่หมื่นกว่าล้าน ชีวิตลูกสาวข้าย่อมมีค่ายิ่งกว่านี้”
พูดจบก็ถามอีก
“สมุนไพรส่งไปหรือยัง? นั่นเป็นโสมพันปีกลายร่างคนนะ ได้ยินว่าคุณชายตระกูลเหรินช่วงนี้สุขภาพไม่ดี”
ปู่จางถอนหายใจเบา ๆ
“ก็ไม่รับครับ”
ปู่จางทำหน้าไม่รู้จะทำอย่างไร จะให้ตอบว่าตระกูลเหรินปฏิเสธโสมที่ส่งไปให้เหมือนกับเป็นมันฝรั่ง ก็พูดได้ไม่เต็มปาก
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ได้แต่ทอดถอนใจ
“ช่างเถอะ ตระกูลเหรินเองก็มีศักดิ์ศรี คงจะรักใคร่จือจือมาก ของต่ำพวกนี้ช่างทำให้ความผูกพันที่สั่งสมมาหลายปีต้องด่างพร้อย”
เมื่อได้ยินคำนี้ ลู่จือจือแทบจะหัวเราะออกมา
สองสามีภรรยาตระกูลเหรินผู้ละโมบไม่รู้จักพอ พวกเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองสูญเสียอะไรไป
หลังจากวางสาย ปู่จางมองลู่จือจืออย่างจนใจ
ลู่จือจือยิ้มบางปลอบใจ
“ปู่จาง ไม่ต้องให้ของขวัญหรอกค่ะ วาสนาระหว่างฉันกับตระกูลเหรินยังไม่หมด พวกเขาจะต้องกลับมาหาฉันอีก ความช่วยเหลือที่ฉันให้พวกเขา จะหักล้างกับความผูกพันหลายปีที่ผ่านมาได้ พวกท่านไม่ต้องกังวล”
แม้ปู่จางจะงุนงง แต่ก็พยักหน้า
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ลู่จือจือเองก็สับสน
ครอบครัวที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นทำให้นางไม่รู้จะทำตัวอย่างไร และครอบครัวนี้ ก็ไม่เหมือนกับที่นางรู้มา
เหรินเชียนเชียนพวกนางบอกว่าครอบครัวแท้ ๆ ของนางจนมาก อยู่ในหมู่บ้าน มีชีวิตอยู่ด้วยการทำนา
แต่นี่แค่รถหรูที่ใช้เป็นพาหนะประจำวัน แค่จะขอบคุณพ่อแม่ตระกูลเหริน ยังให้โสมพันปีกับที่ดินมูลค่าหมื่นกว่าล้าน
นางกำลังครุ่นคิด กระดิ่งเงินบนข้อมือก็ดังขึ้น
เสียงเบา ๆ คล้ายกำลังเร่งเร้าลู่จือจือ
“หยุดรถ!”
ลู่จือจือร้องสั่ง คนขับเบรกทันทีจอดข้างทาง
ปู่จางไม่เข้าใจ
“คุณหนูจือจือ ทำของตกไว้ที่บ้านตระกูลเหรินหรือครับ?”
ลู่จือจือเปิดถุงผ้าที่สะพายอยู่ หยิบเข็มทิศออกมา
เข็มทิศหมุนอย่างบ้าคลั่ง พอหยุดนิ่งก็ชี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ลู่จือจือถือเข็มทิศด้วยมือซ้าย ข้อนิ้วมือขวาขยับคำนวณอย่างรวดเร็ว
สีหน้านางเคร่งขรึม
“ผ่านโค้งนี้ไป ใช้ทางแยกขวา ไปอีกสามร้อยเมตร จอดรอที่นั่น มีผู้มีบุญคุณต้องการให้ฉันช่วย”
คนขับรู้งาน เหยียบคันเร่งออกตัว จอดรอตามที่ลู่จือจือบอกไม่กล้าขยับ
ปู่จางมองเด็กสาวที่นิ่งสงบ ไม่เข้าใจจึงถาม
“คุณหนูจือจือ จะทำอะไรหรือครับ?”
ลู่จือจือหลับตานิ่งราวกับครุ่นคิด ตอบเพียงคำเดียว
“รอ!”
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป คนขับรอจนเคลิ้มจะหลับ
ปู่จางรวบรวมความกล้าเป็นครั้งที่สาม กำลังจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมลู่จือจือให้กลับบ้าน ก็ปรากฏขบวนรถบนถนนคดเคี้ยวขึ้นเขา
รถนำขบวนเป็นรถตู้เพื่อธุรกิจแบบตัวถังยาว ด้านหลังตามด้วยรถหรูใหญ่น้อย
รถสีดำ หน้ารถมีดอกไม้สีขาวใหญ่ติดอยู่
ขบวนรถเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ มีคนโปรยกระดาษเงินสีขาวออกมาจากหน้าต่างรถไม่ขาดระยะ
กระดาษเงินสีขาวร่วงหล่นราวกับเกล็ดหิมะ ทำให้ท้องฟ้าสีครามหม่นลงด้วยความหดหู่
นี่คือขบวนแห่ศพ!
ปู่จางรู้สึกกระอักกระอ่วน วันนี้เป็นวันรับคุณหนูกลับบ้าน กลับมาเจอขบวนแห่ศพระหว่างทาง ช่างไม่เป็นมงคลเสียเลย
เขาเพิ่งจะให้คนขับรถหลีกเลี่ยง แต่พอมองไปข้างหน้าก็ตกใจเหงื่อแตกเต็มตัว
เด็กสาวข้าง ๆ เมื่อกี้ ตอนไหนก็ไม่รู้ลงจากรถไปยืนขวางหน้ารถแห่ศพนั่นแล้ว
ลู่จือจือสีนหน้านิ่งสงบยกมือขึ้นห้ามรถคันนำ น้ำเสียงสงบนิ่ง
“ข้าต้องการเงิน 999 หยวน”
รถคันนำหยุด รถด้านหลังก็พากันหยุดตาม มีคนลงจากรถออกมาดูสถานการณ์ไม่ขาดระยะ
ปู่จางนับว่าเป็นพ่อบ้านใหญ่อันดับต้น ๆ ของตระกูลลู่ หลายปีที่ผ่านมาก็ผ่านงานใหญ่มามาก
แต่เรื่องมาขวางรถแห่ศพ ทั้งยังยื่นมือขอเงินนี้ เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น
เขารีบลงจากรถไปดึงชายเสื้อลู่จือจือไว้
“คุณหนูจือจือ ตระกูลลู่เราแม้จะไม่ได้โด่งดังไปทั่ว แต่ก็ร่ำรวยในแว่นแคว้น เงินทองไม่เคยขาด เรื่องนี้...”
ยังพูดไม่ทันจบ ขบวนรถที่ถูกบังคับให้หยุดก็มีคนทยอยลงมา
พวกเขาล้วนสวมชุดดำ สีหน้านอกจากจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าแล้ว ยังมีความโกรธแค้นฝังลึก
ชายคนหนึ่งเดินเร็ว ๆ มาจนเหมือนวิ่ง
ใบหน้าไม่เป็นมิตร ตาปรี่ลง กดดันจนปู่จางเกือบถอยหลังหนึ่งก้าว เอ่ยปากเสียงดังสนั่น
“เด็กน้อย ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นสนุกนะ!”
