ฟังถ้อยคำเหล่านั้นของโม่หยาง แก้มของซูเฟยเอ๋อร์ก็ค่อย ๆ แดงระเรื่อ...
เรื่องที่น่าตกตะลึงถึงเพียงนี้ โม่หยางกลับบอกเพียงแค่นางอย่างลับ ๆ เท่านั้น!
ต้องรู้ว่านักหลอมโอสถบนแผ่นดินเสวียนเทียนทั้งหมดนั้นล้วนสูงส่งยิ่งนัก ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ถูกยกย่องดั่งแขกผู้มีเกียรติ
แม้โม่หยางจะไม่ยินยอมอ่อนข้อใด ๆ แต่เมื่อยามได้ฟังคำพูดของโม่หยางนี้ ในใจของนางก็บังเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจบรรยาย
และในใจของนางก็เต็มไปด้วยความสงสัยในตัวโม่หยาง เมื่อก่อนใคร ๆ ล้วนบอกว่าโม่หยางคือตัวถ่วง แต่เมื่อมองดูในยามนี้ โม่หยางที่ไหนกันจะเป็นตัวถ่วง เขาเป็นอัจฉริยะต่างหาก!
ตัวของโม่หยางราวกับซ่อนความลับไว้มากมาย ราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกมัว
เพียงแต่นางก็จนใจจริง ๆ ต่างก็อาศัยอยู่ในสำนักหลิงซวีด้วยกัน แม้กระทั่งผู้อาวุโสสี่ยังไม่รู้วิธีหลอมโอสถ โม่หยางไปเรียนรู้มาได้เยี่ยงไร?
"เจ้า... เจ้าเอาโอสถนั่นให้ข้าดูหน่อย ถ้าสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง ข้า... ข้าช่วยเจ้าได้นะ!"
เมื่อคลื่นอารมณ์เคลื่อนไหว วาจาของนางก็เริ่มตะกุกตะกัก แม้เสียงก็ไม่แหลมสูงเหมือนยามปกติแล้ว
แม้โม่หยางจะรู้สึกว่าซูเฟยเอ๋อร์ผิดปกติอยู่บ้าง แต่ยามนี้ก็มิได้สนใจมาก
ฟังที่นางกล่าวเช่นนั้น ในใจเขาก็ยินดี ก่อนจะยื่นโอสถธำรงโฉมส่งให้อย่างคล่องแคล่ว
ยังไม่ลืมกล่าวเสียงเบาว่า "ฤทธิ์เป็นเช่นไร เมื่อเจ้าได้เสพก็ย่อมรู้ได้เอง ข้ารับรองว่าเจ้าจะยิ่งเจริญน้ำเจริญนวลและงามขึ้นเรื่อย ๆ !"
แก้มของซูเฟยเอ๋อร์ยิ่งแดงกว่าเดิม ก่อนหน้านี้โม่หยางเคยบอกว่ามิได้สนใจนาง นางจึงไม่พอใจโม่หยางยิ่งนักเพราะเหตุนี้ เพราะไม่เคยมีใครทำเช่นนี้ มาบัดนี้เมื่อได้ยินโม่หยางชมนางว่าเจริญน้ำเจริญนวลและงดงาม ในใจก็คล้ายกับมีสิ่งใดๆ มาถมเติมจนเต็ม ใจยิ่งลุ่มหลงไม่เป็นระเบียบ
