หมู่บ้านหลีเจียกำลังฉลองคริสต์มาสกันอยู่ ส่วนอีกด้านหนึ่ง หนิงเหิงบินไปฝรั่งเศสแล้ว
สวี่ชิวไหลเพิ่งนั่งลง ก็มีพนักงานเสิร์ฟเดินมาบอกว่า “มีคนมาหาคุณครับ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนของลูกชายคุณ แซ่หนิง”
สวี่ชิวไหลเดาว่าน่าจะเป็นหนิงเหิง แต่เขาไม่น่าจะยังอยู่ที่หมู่บ้านหลีเจียเพื่ออัดรายการด้วยกันหรอกเหรอ?
“ฉันไปพบหน่อย” สวี่ชิวไหลพูดพลางเดินไปที่ห้องรับรองแขก
พอไปถึงก็ตกใจสุดขีด
เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ในห้องรับรองแขก สวมเสื้อหนังที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนทั้งสีดำ สีขาว และสีเทา ข้างในเสื้อหนังก็พองตุ่ย ไม่รู้ว่าซ่อนอะไรไว้ข้างใน
ดูเหมือนเพิ่งไปปล้นของมาตามห้างแล้วโดนคนรวบกดลงพื้นซัดมาชุดหนึ่ง ก่อนจะวิ่งหนีมาที่นี่
“ทำไมหนีมาที่นี่ล่ะ?” สวี่ชิวไหลขมวดคิ้วถาม “โดนปล้นมาหรือไง?”
หนิงเหิงเงยหน้าขึ้น เผยดวงตาสุกใสคู่หนึ่ง “คุณน้า! ผมเอาผลงานศิลปะของผมมาประกวดนะครับ!”
หนิงเหิงทำหน้าเศร้า “พ่อกับแม่ไม่ยอมเชื่อผมเลย บอกว่าผมต้องวาดผู้ชายเปลือยออกมาอีกแน่ ให้งานศิลป์ของผมอยู่ห่างพวกท่านไว้ น่าขยะแขยง...”
“งั้นที่แกมาหาฉันก็เพื่อ...”
“คุณน้าครับ! ท่านเป็นเสาหลักในวงการศิลปะเลยนะครับ! ได้โปรดพาผมไปร่วมงานแสดงด้วยเถอะครับ!”
ยังไงก็เป็นเพื่อนของลูกชาย แถมความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหนิงกับตระกูลเชิ่งก็ไม่ได้แย่ สวี่ชิวไหลจึงพูดอย่างอ้อมค้อมว่า “แค่อยากเข้าประกวดน่ะยากตรงไหน?”
“ผมรู้ว่าท่านจะพูดอะไร งานที่จ่ายเงินก็เข้าได้ หรือไม่ก็งานที่ให้เกียรติพ่อแม่ผม หรือพี่ลูกพี่ลูกน้องของผม แล้วก็ยินดีต้อนรับผมอย่างสนุกสนาน งานพวกนั้นมันไม่เป็นทางการ! ใครก็เข้าร่วมได้ ผมไม่เอา!” หนิงเหิงยืนกราน
สวี่ชิวไหล: “...”
แกอยากเข้างานที่เป็นทางการ แต่พวกงานที่เป็นทางการเขาไม่อยากให้แกเข้าไง
