พ่อแม่ของเว่ยเหวินอวี่หย่าร้างกันในปีเดียวกับที่พี่สาวคนโตของเธอเสียชีวิต
เว่ยเซวียนหมิง ผู้เป็นพ่อของเธอ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอำนาจอิทธิพลอย่างมากในแวดวงชาวจีนโพ้นทะเล แต่เขาไม่ได้ร่ำรวยมาตั้งแต่แรก
การที่ชาวจีนจะสร้างหลักปักฐานในต่างประเทศได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ตั้งแต่รุ่นพ่อของปู่เธอก็ต้องดิ้นรนต่อสู้ จนมาถึงรุ่นพ่อของเธอถึงจะเรียกได้ว่ากลายเป็นคนมีหน้ามีตาอย่างแท้จริง
การเป็นคนใหญ่คนโตมีทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย
พวกเขาต้องเผชิญกับการลอบสังหาร การลักพาตัว และการหลอกลวงนับไม่ถ้วนตั้งแต่เด็ก...
พี่ชายคนโตและพี่สาวคนโตของเธอก็เสียชีวิตด้วยเหตุนี้
แม่ทนใช้ชีวิตแบบนั้นไม่ไหว จึงจากไปอยู่ที่เจียงเฉิง เว่ยเหวินอวี่ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็ก มักจะสลับกันไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่เจียงเฉิงกับเว่ยเหวินชิ่ง
เมื่อแม่เริ่มสุขภาพไม่ดี เว่ยเหวินอวี่ก็ไปหาแม่บ่อยขึ้น บางครั้งยังอยู่ที่เจียงเฉิงยาวเลยด้วยซ้ำ
สามีใหม่ของแม่เธอก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตาในเจียงเฉิงเช่นกัน
เมื่อลูกหลานตระกูลต่าง ๆ ในเจียงเฉิงพอจะรู้ฐานะของเว่ยเหวินอวี่ พวกเขาก็พากันประจบเอาใจเธอ แต่เธอเคยเห็นท่าทีเสแสร้งแบบนี้มามากแล้ว จึงไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
พออยู่ที่นั่นนานเข้า เธอก็เริ่มรู้สึกทนไม่ไหวอยู่บ้าง
เธอแต่งหน้าจัดเต็ม ไม่พาบอดี้การ์ดไปด้วย เดินเล่นอยู่ตามถนนในเจียงเฉิงคนเดียว พลางโทรศัพท์บ่นให้เว่ยเหวินชิ่งฟัง
ยังคุยโทรศัพท์ไม่ทันจบ ก็มีพวกแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์พุ่งออกมาจากด้านข้าง ฉกโทรศัพท์ของเธอไป แถมยังลูบหน้าเธออีกด้วย
ตอนนั้นเว่ยเหวินอวี่ยืนนิ่งอยู่กับที่นานถึงสิบวินาที ไม่ใช่เพราะตั้งตัวไม่ทัน แต่เพราะตกตะลึงอยู่บ้าง เธอเคยเจอทั้งการลอบสังหารและการลักพาตัว แต่เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าชิงโทรศัพท์แล้วยังกล้าลูบหน้าเธอ!
