ยานลอยที่กำลังบินอย่างราบรื่นพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง นักบินที่ถูกเรียกว่าพอลเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมทันที แล้วตรวจสอบข้อมูลของยานลอย เมื่อเห็นสัญลักษณ์เตือนสีแดงปรากฏขึ้นที่ปีกข้าง เขาก็อดสบถออกมาไม่ได้ “บ้าเอ๊ย! ใครน่ะ? เกิดอะไรขึ้น?”
ที่นี่มีใครกล้าลงมือกับยานลอยของกองทัพกบฏด้วยเหรอ? ไม่กลัวตายหรือไง?
เขายังพูดไม่ทันจบ ยานลอยก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง พอลรีบควบคุมยานให้ไต่ระดับขึ้น พร้อมเปิดระบบตรวจจับเพื่อค้นหาเป้าหมาย
รอให้หาเจ้าตัวการเจอก่อนเถอะ เขาจะใช้ปืนกลยิงอีกฝ่ายให้พรุนเป็นรังผึ้งเลย!
เสียงซ่าๆ ของกระแสไฟฟ้าดังมาจากหูฟัง พอลขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะถอดหูฟังพร้อมไมค์ เขาก็ได้ยินเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธและเจตนาสังหารแทรกเข้ามาในโสตประสาท
“ก็เพราะพ่อแกมาแล้วไง!”
ตูม! บริเวณแกนกลางของยานลอยถูกขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานขนาดเล็กยิงเข้าอย่างแม่นยำ พอลสบถด่า ก่อนจะรีบปิดแหล่งจ่ายไฟของยานลอย แล้วเปิดระบบดีดตัวจากที่นั่ง
ยานลอยที่สูญเสียการควบคุมดิ่งลงสู่ซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว ก่อนระเบิดกลายเป็นเมฆรูปเห็ด
หุ่นรบสีแดงเข้มทะยานขึ้นจากซากปรักหักพัง พุ่งทะลุควันปืนด้วยความเร็วสูงแล้วโฉบไปอยู่ตรงหน้าฉายภาพ ยกดาบคู่ขึ้นฟันต่อเนื่อง คมดาบปะทะกันจนเกิดประกายไฟเจิดจ้า
พอลเป็นหน่วยแนวหน้าของกองทัพกบฏในปฏิบัติการครั้งนี้ ย่อมไม่ใช่คนไร้ฝีมือ เขายืนยันตัวตนของฉายภาพว่าเป็นหุ่นรบระดับ SS ได้อย่างรวดเร็ว แล้วแสยะยิ้ม
“หุ่นรบระดับ SS คิดจะสู้กับหุ่นรบของกองทัพงั้นเหรอ?” แววสังหารวาบผ่านดวงตาของพอล “วันนี้ฉันจะดูให้รู้กันไปเลยว่าหุ่นรบของนายแข็งกว่า หรือกระดูกของนายแข็งกว่า”