ไม่นานนัก นักเรียนคนอื่นก็เข้าใจสิ่งที่เจียงหลินพูดแล้ว
ลมพายุพัดกระหน่ำต่อเนื่องเกือบหนึ่งชั่วโมงโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทว่าทรายที่ปะปนอยู่ในสายลมกลับค่อย ๆ เปลี่ยนไป สีขาวขุ่นเข้มขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิลดต่ำลงจนทุกคนหนาวสั่น
“...หิมะ หิมะนี่นา” นักเรียนที่อยู่ข้าง ๆ เป็นคนแรกที่รู้ตัว รีบหยิบเสื้อกั๊กกันหนาวกับน้ำเกลือแร่ธาตุออกจากเป้ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น “ต้องเติมพลังงานไว้ล่วงหน้า อุณหภูมิลดฮวบแบบนี้อันตรายมาก”
เจียงหลินหยิบเสื้อกั๊กกันหนาวออกมาปูรองพื้น แล้วห่มผ้ากันลมให้แน่นขึ้นอีกครั้ง
หิมะตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มีหิมะสะสมหนาถึงยี่สิบเซนติเมตร เจียงหลินรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิร่างกายลดลงจนใกล้ถึงระดับเตือนภัยแล้ว เธอเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งแตก ก่อนหยิบน้ำเกลือแร่ธาตุหลอดแรกออกจากเป้
น้ำเกลือแร่ธาตุรสชาติไม่ดี แต่ช่วยฟื้นฟูพลังงานในร่างกายได้เร็วที่สุด ของเหลวเย็นเยียบไหลลงคอ บรรเทาความทรมานของเจียงหลินได้บ้าง เธอจับตาดูข้อมูลสภาพอากาศบนคอมพิวเตอร์แสง รอให้หิมะหยุดตก
นักเรียนที่ก่อนหน้านี้นอนหมอบอยู่ในหลุมอุกกาบาตอีกแห่งพลันเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ได้ ถ้าหิมะยังตกหนักแบบนี้ต่อไป ทรัพยากรของเราคงไม่พอฝ่าฟันไปถึงเส้นชัย”
คำพูดของเขาจุดชนวนให้คนอื่น ๆ เริ่มแสดงความเห็น ทันใดนั้นก็มีสามสี่คนยกมือขึ้น
“ฉันใช้ไปหนึ่งในสี่แล้ว”
“ฉันพกออกซิเจนมาไม่มาก ใช้ไปเกือบหนึ่งในสามแล้ว ต้องออกเดินทางเดี๋ยวนี้ มีใครจะไปด้วยกันไหม”
“แต่พายุหิมะแรงขนาดนี้ ถ้าออกไปตอนนี้ต้องเปลืองออกซิเจนมากแน่ ๆ! รอให้พายุหยุดแล้วค่อยไปจะปลอดภัยกว่าไม่ใช่เหรอ”