เข่อฮว่าเดินออกจากห้องส่วนตัว พอดีกับที่เห็นเจียงเทาถือเสื้อโค้ตของเธอออกมาจากห้องข้าง ๆ ก่อนหน้านี้เขารอเธออยู่ในห้องข้าง ๆ ตลอด เพราะกลัวเธอจะเกิดเรื่อง จึงไม่กล้าจากไปไหน
“เข่อฮว่า ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“เขายอมช่วยเธอไหม?”
เข่อฮว่าครุ่นคิด เงินมัดจำก็รับมาแล้ว น่าจะถือว่าตกลงช่วยแล้วกระมัง
“ค่ะ เขาบอกให้รอข่าว”
เจียงเทาคลุมเสื้อโค้ตให้เธอ “เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นทุกวันเลยนะ ใครก็กล้าไปหาเรื่อง”
เข่อฮว่าหรี่ตายิ้ม “พี่คะ ฉันกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เช้ายังมีสอน”
“พี่ไปส่งลงไปข้างล่าง”
พอลงไปถึงชั้นล่าง เจียงเทาก็เรียกรถแท็กซี่ แล้วส่งเข่อฮว่าขึ้นรถ
“สุดสัปดาห์ถ้าว่างก็กลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่บ้าง พวกท่านคิดถึงเธอมาก” เจียงเทาบอก
“ค่ะ ฉันรู้แล้ว”
เข่อฮว่ากลับถึงบ้าน ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากินสองสามคำอย่างส่ง ๆ จากนั้นก็เริ่มเตรียมเนื้อหาสำหรับสอนในวันรุ่งขึ้น
ปกติเธอเข้านอนตอนสี่ทุ่มทุกคืน ตื่นหกโมงเช้า แล้วไปเข้าเรียนตอนเช้าพร้อมกับนักเรียนตอนเจ็ดโมงครึ่ง
แต่วันนี้เธอเพิ่งขึ้นเตียงตอนเที่ยงคืน กลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น พอหลับตาลง ภาพลู่จือจ้านจูบเธอก็ผุดขึ้นมาเต็มหัว
เข่อฮว่าตบแก้มตัวเองเบา ๆ ไม่มีอะไรให้คิดเสียหน่อย ถึงจูบนั่นจะเป็นจูบแรกของเธอ แต่ก็ไม่ได้เกิดจากความรัก
เธอไม่เคยมีความรัก และไม่เคยคาดหวังถึงมัน สำหรับเธอแล้ว ความรักเป็นสิ่งเกินจำเป็น
เธอไม่รู้ว่าลู่จือจ้านจะช่วยสืบให้จริงหรือเปล่า หากสืบพบแล้วจะติดต่อเธออย่างไร ในเมื่อทั้งคู่ไม่ได้แลกช่องทางติดต่อกันไว้ แต่เธอก็ยังยินดีรอดู
เช้าวันถัดมา เข่อฮว่าตื่นตรงเวลา เธอมองรอยคล้ำใต้ตาตัวเองในกระจก แล้วยิ้มอย่างจนใจ ไม่คิดเลยว่าจูบแรกจะส่งผลกระทบรุนแรงขนาดนี้ ถึงกับทำให้นอนไม่หลับอย่างหนัก
นักเรียนทุกคนชอบเรียนคณิตศาสตร์กับครูเจียง นอกจากครูเจียงจะฉลาดและมีไหวพริบแล้ว หน้าตาก็ยังสวยมากด้วย
คาบคณิตศาสตร์ของครูเจียง ต่อให้เป็นพวกคุณชายเสเพลที่สุดในชั้นก็ยังนั่งเรียบร้อย ตั้งใจเรียน เพราะครูเจียงคนสวยเคยพูดไว้ว่า คนที่เรียนคณิตศาสตร์ไม่เก่ง แม้แต่ความสามารถในการสืบทอดกิจการครอบครัวยังไม่มี เงินยังนับไม่ถูก แล้วจะพูดถึงการลงทุนได้อย่างไร นักเรียนต่างเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าแรก ๆ พวกคุณชายตัวแสบเหล่านี้ก็ไม่ได้ยอมรับเธอ เห็นเธอยังสาวและสวย อายุห่างจากพวกเขาไม่กี่ปี ย่อมไม่ยอมเชื่อฟัง
แต่ครูเจียงคนนี้กลับไม่ทำอะไรตามแบบแผน เมื่อเจอเด็กซุกซนเอาแต่ใจและหัวแข็ง เธอไม่ตี ไม่ด่า ไม่เรียกผู้ปกครอง แต่บอกอีกฝ่ายตรง ๆ ว่า ถ้าไม่ยอมก็มาแข่งกัน ใครชนะก็ฟังคนนั้น
ทุกครั้งที่พูดแบบนี้ เธอราวกับจอมยุทธ์หญิง ใบหน้าเย็นชา น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด
มีคนมั่นใจในตัวเองเกินไปกล้าออกมาแข่งกับเธอจริง ๆ ตอนแรกแข่งกันทำโจทย์คณิตศาสตร์โอลิมปิก แต่ผ่านไปสักพักก็ไม่มีใครเอาชนะเธอได้ นักเรียนจึงเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโดนหลอก ครูเจียงนี่เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว เธอเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่จบจากคณะคณิตศาสตร์ ใครจะไปชนะเธอได้
ต่อมามีคนเสนอให้แข่งหมากรุก เธอก็ชนะอีก จากนั้นก็มีคนเสนอแข่งความจำ เธอก็ชนะอีกเช่นกัน รายการแข่งขันหลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงหลังเปลี่ยนเป็นแข่งชู้ตบาส แต่คราวนี้จากการแข่งขันจริงจังกลายเป็นการแข่งขันกระชับมิตรไปแล้ว
เธอประลองกับนักเรียนกลุ่มนี้ไปพลาง ชนะใจพวกเขาไปพลาง ทั้งเอาชนะพวกเขาและบอกด้วยว่าพลาดตรงไหน ต้องทำอย่างไรถึงจะเอาชนะเธอได้
นานวันเข้า เธอก็เปลี่ยนจากครูเจียงจอมเจ้าเล่ห์กลายเป็นครูเจียงผู้ชนะตลอดกาล นักเรียนที่จำใจยอมแพ้กับนักเรียนที่ยอมรับจากใจจริง ต่างก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ครึ่งแรกของคาบคณิตศาสตร์วันนี้ เธอสอนเรื่องฟังก์ชันตรีโกณมิติ ส่วนครึ่งหลังให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เธอสังเกตเห็นเด็กผู้ชายจอมซนสองสามคนแอบหัวเราะอยู่ด้านล่าง มือเหมือนกำลังส่งอะไรบางอย่างให้กันดู
เธอเดินไปหยุดข้างเด็กชายคนหนึ่ง “พวกเธอดูอะไรกันอยู่ เอามาให้ครูดูด้วยสิ”
เด็กชายชื่อโจวอวี่ เขาไม่ตอบ มือกับของที่ถืออยู่ซุกไว้ในช่องโต๊ะ
เธอไม่ได้คาดคั้น เพียงเอ่ยเสียงเบาว่า “ลูกผู้ชายต้องกล้าทำก็ต้องกล้ารับ”
โจวอวี่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้เธอ
เข่อฮว่ามองดู เป็นภาพวาดที่ตั้งใจวาดให้เธอโดยเฉพาะ ในภาพมีขิงอยู่หลายแง่ง แง่งที่ใหญ่ที่สุดมีดวงตากับคิ้ววาดไว้ด้วย พอมองดี ๆ ก็คล้ายเธออยู่เหมือนกัน ข้าง ๆ เขียนชื่อภาพว่า 《เจียง•เข่อฮว่า》
แม้แต่เธอเองยังอดยิ้มไม่ได้ จึงถามโจวอวี่ว่า “เธอวาดเองเหรอ?”
เด็กชายพยักหน้า ใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด เขาไม่ได้กลัวเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น แต่กลัวว่าเธอจะมองออกถึงความรู้สึกที่ไม่ควรมีของเขา
ก่อนหน้านี้เขาไม่ชอบครูเจียงคนนี้เอาเสียเลย เธอชอบยุ่งเรื่องของเขาเกินไป เขาใช้ชีวิตเสเพลแบบลูกเศรษฐีได้อยู่แล้ว มันจะไม่ดีตรงไหน อย่างน้อยก็ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องพยายาม แต่ตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้มาเป็นครูของเขา เธอก็คอยจับผิดเขาอยู่เรื่อย หากเขาไม่ยอม เธอก็มีวิธีจัดการกับเขาสารพัด
เธอทำให้เขาเหนื่อยล้าทั้งกายใจ แถมเขายังแพ้เธออยู่เสมอ หลังเลิกเรียนก็มักถูกทิ้งให้อยู่ติวบทเรียน ในใจเขามีแต่ความเกลียดชังต่อเธอ
แต่ไม่คิดเลยว่าความเกลียดชังกับความชอบจะอยู่ใกล้กันเพียงนั้น เขาไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าในโลกนี้จะมีใครใส่ใจเรื่องการเรียนของเขาถึงขนาดนี้ อย่างน้อยก็ใส่ใจมากกว่าพ่อแม่ของเขา
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร ความเกลียดชังที่มีต่อเธอก็ค่อย ๆ ลดลง ส่วนความชอบกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เข่อฮว่าม้วนภาพวาดแล้วกำไว้ในมือ “วาดได้ไม่เลวเลย ในเมื่อฝีมือวาดรูปดีขนาดนี้ บอร์ดนิทรรศการของห้องตลอดสองสัปดาห์จากนี้ก็ให้เธอรับผิดชอบแล้วกัน”
เสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมชั้นดังขึ้นรอบ ๆ โจวอวี่เองก็หัวเราะด้วย เรื่องนี้ไม่มีปัญหา
