หลินเจ๋ออวี่ยิ้มแหะ ๆ ไม่ได้เดินออกไปทันที แต่โน้มตัวเข้ามาข้างโต๊ะหนังสือแล้วชะโงกมองแวบหนึ่ง
“พี่สาวขยันเกินไปแล้วนะ ดึกขนาดนี้ยังฝึกแปลอยู่เลย แต่ผมดูแล้วทำไมมันไม่เหมือนภาษาอังกฤษล่ะ?”
“ภาษาฝรั่งเศส”
หลินจื้ออวี้ตอบเสียงเรียบ พลางหมุนปิดฝาปากกาในมือ เธอแปลไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว กำลังเตรียมเก็บกระดาษต้นฉบับใส่ซองเอกสาร ส่วนที่เหลือค่อยแปลต่อพรุ่งนี้
“ภาษาฝรั่งเศสหรือครับ???” หลินเจ๋ออวี่เบิกตากว้างทันที น้ำเสียงก็สูงขึ้นครึ่งเสียง
“พี่สาวไปเรียนภาษาฝรั่งเศสตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ? พี่ไม่ได้เรียนสายภาษาอังกฤษหรือ?”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด
หลินจื้ออวี้คิดข้ออ้างไว้ตั้งนานแล้ว “เรียนด้วยตัวเองน่ะ ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้”
เพราะเธอใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ก็มีทักษะภาษาฝรั่งเศสระดับเชี่ยวชาญแล้ว
หลินเจ๋ออวี่ยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ มองพี่สาวด้วยแววตาเป็นประกาย
หลินจื้ออวี้ล้วงช็อกโกแลตออกมาสองแผ่นจากกระเป๋าที่หัวเตียง แบ่งให้เขาหนึ่งแผ่น
“เอาไป”
หลินเจ๋ออวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง “นี่อะไรครับ?”
“แกะดูสิ” หลินจื้ออวี้เอนหลังพิงหัวเตียง น้ำเสียงเกียจคร้าน
หลินเจ๋ออวี่แกะกระดาษฟอยล์ออก เห็นช็อกโกแลตสีน้ำตาลเข้มที่มีลายตารางเรียงเป็นระเบียบประทับอยู่บนผิว แม้จะมีแผ่นกระดาษคั่นอยู่ก็ยังได้กลิ่นหอมหวานเข้มข้น
ดวงตาของเขาพลันสว่างวาบ “พี่สาว นี่พี่...ซื้อให้ผมเหรอครับ? นี่ช็อกโกแลตใช่ไหม ผมเคยเห็นแต่ของเพื่อน ยังไม่เคยกินเลย!
