หลินจื้ออวี้วางหนังสือลง แล้วเดินตามไป
หวังกุ้ยหลานปิดประตูไว้ แล้วจูงมือเธอมานั่งที่ขอบเตียงเตา ก่อนคลี่ห่อผ้าสีน้ำเงินออก “ลูก ดูนี่สิ”
กำไลสองวงวางเรียงกันอยู่บนผ้าสีน้ำเงิน วงทองประณีตบอบบาง ส่องประกายอ่อนละมุนใต้แสงไฟ
ส่วนวงเงินนั้นเรียบง่ายดูอบอุ่น ด้านในยังมีลายเถาดอกไม้พันเกี่ยวกันเป็นวง
“แม่คุยกับพ่อแล้ว” หวังกุ้ยหลานเลื่อนกำไลทั้งสองวงไปตรงหน้าหลินจื้ออวี้ “พี่สาวคนที่สองของลูกลำบากในชนบทมามาก มือแตกเป็นร่องเต็มไปหมด แม่เห็นแล้วก็ปวดใจ
แม่คิดว่าจะให้กำไลเงินเธอสักวง ถือเป็นการชดเชย
พวกเธอเป็นลูกของแม่เหมือนกัน วงทองวงนี้ลูกเก็บไว้เถอะ”
หลินจื้ออวี้ก้มมองกำไลทั้งสองวง ในความฝันก็มีฉากนี้เช่นกัน ตอนนั้นเธอเลือกวงทองอย่างไม่ลังเล อย่างไรเสียทองก็มีค่ากว่าเงิน
แต่ใครจะคิดว่ากำไลเงินวงนี้จะเป็นตู้มิติที่สามารถปลูกพืชได้!
เธอยื่นมือหยิบกำไลเงินขึ้นมา พลิกดูในฝ่ามือ “แม่คะ พี่สาวคนที่สองลำบากมามาก วงทองให้พี่เถอะค่ะ”
หวังกุ้ยหลานชะงักไป คิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนคว้ากำไลเงินจากมือเธอกลับมา แล้วยัดกำไลทองใส่ฝ่ามือเธอแทน
“ลูกคนนี้พูดอะไรเหลวไหล ทองมีค่า เงินไม่มีค่า ลูกเอาวงทองไป
ลูกยังเด็ก ไม่เข้าใจหรอก พอแต่งออกเรือนไปก็จะรู้ว่าทองมีประโยชน์แค่ไหน เชื่อฟังแม่นะ เอาวงทองไป”
หลินจื้ออวี้วางกำไลทองในมือลงบนผ้าสีน้ำเงินเบา ๆ แล้วหยิบกำไลเงินขึ้นมาอีกครั้ง
“แม่คะ หนูชอบวงเงินมากกว่า วงนี้สวยดี เรียบ ๆ ใส่แล้วไม่สะดุดตา”
พูดจบ เธอก็สวมกำไลเงินเข้าที่ข้อมือแล้วหมุนดู ก่อนยกขึ้นให้หวังกุ้ยหลานดู “แม่ดูสิ สวยไหมคะ”
