หนานจือก้าวเข้ามาในงานก็หามุมสงบนั่งลง
บนโต๊ะมีเครื่องดื่มหลากหลาย น้ำส้ม นม โคล่า ไวน์แดง และของหวานอีกสารพัด
หนานจือตักน้ำส้มใส่แก้ว หยิบทีรามิสุขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
ก่อนออกเดินทางคืนนี้ ทั้งสามคนเอาแต่วุ่นวายกับการแต่งหน้า ไม่มีเวลากินข้าว เธอเลยนั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ
ในที่สุดก็ได้กินอะไรเสียที อีกทั้งยังเป็นมุมที่แสงไฟส่องไม่ถึง หนานจือปล่อยตัวตามสบาย ใช้ส้อมจิ้มขนมขึ้นมาครึ่งคำก็หายเข้าปากไป
ห้องโถงชั้นล่างแต่เดิมเป็นที่ซ้อมร้องเพลงของชมรมประสานเสียง เวทีกลางถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ติดตั้งไฟส่องหน้าจำนวนเจ็ดดวงที่ขอบเวที ส่วนบนเพดานประดับไฟหมุนหลากสี
หนานจือรู้สึกว่าแสงไฟพวกนี้เชยสุดๆ ไปเลย ไม่เหมือนบรรยากาศงานเต้นรำ ดูคล้ายร้านคาราโอเกะมากกว่า
ไฟส่องไม่ถึงมุม เธอจึงนั่งอยู่ได้อย่างสบายใจ
พิธีกรทั้งสองเป็นหัวหน้าฝ่ายวิเทศสัมพันธ์จากมหาวิทยาลัยเยี่ยนและมหาวิทยาลัยปักกิ่ง พอเจ็ดนาฬิกาตรง ก็ขึ้นเวทีประกาศลำดับขั้นตอนของงาน
ช่วงแรกคือจับฉลากผู้ชมขึ้นเวที เลือกหนึ่งคนจากด้านล่างขึ้นมาเป็นคู่เต้นหนึ่งเพลง ผู้ที่ถูกเลือกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
แสงไฟวาดผ่านกลางฝูงชนไม่หยุด จนหยุดลงในที่สุด
หนานจือเห็นภาพสีหน้าตื่นเต้นดีใจของหลีจื่อเมิงบนจอยักษ์ ก็รีบยืดตัวตรงตั้งตารอว่าเธอจะเลือกใคร
“ยินดีกับนักศึกษาคนนี้ด้วย เชิญขึ้นเวทีค่ะ”
หลีจื่อเมิงดีใจจนถือกระโปรงขึ้นเวที สายตากวาดมองด้านล่างหนึ่งรอบ สุดท้ายหยุดที่ชายหนุ่มร่างสูงที่สวมหน้ากากรูปสุนัขจิ้งจอก
