หนานจือหยิบของออกจากกระเป๋าเดินทางพลางถาม “งานเต้นรำอะไรเหรอ”
“งานสานสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยเยี่ยนที่อยู่ติดกันน่ะ” หลีจื่อเมิงยกมือเท้าคาง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง “บางทีฉันอาจจะได้พบเนื้อคู่ในงานเต้นรำก็ได้นะ!”
“แต่ฉันได้ยินว่าคืนนี้เป็นงานเต้นรำสวมหน้ากากนะ” เกิ่งเถียนเถียนไถหน้าจอฟอรั่มมหาวิทยาลัย “ใส่หน้ากากกันหมด เธอจะรู้ได้ไงว่าใช่หนุ่มหล่อหรือเปล่า”
หลีจื่อเมิงได้ฟังข่าวร้ายก็อึ้งไปหลายวิ ก่อนจะหาเหตุผลมาปลอบใจตัวเอง “ไม่เป็นไร หนุ่มหล่อดูกันที่บุคลิก!”
“ฉันไม่ไปด้วยดีกว่า” หนานจือเสียดายที่ไม่ได้อ่านหนังสือที่เอาไป เลยกะว่าจะอยู่หออ่านหนังสือต่อคืนนี้ “ฉันยังมีแผนอ่านหนังสืออยู่”
ความขยันของเธอทำให้อีกสามคนเงียบกริบ
หลีจื่อเมิงเขย่าแขนหนานจือออดอ้อน “จือจือ นะ ไปเป็นเพื่อนพวกเราหน่อย!”
เกิ่งเถียนเถียนก็เข้าร่วมกองเชียร์ เขย่าแขนเธออีกข้าง
หนานจือทนแรงอ้อนของทั้งคู่ไม่ไหว ได้แต่ตอบตกลงอย่างจนใจ “ได้ๆๆ ไปๆๆ”
“แต่ว่าจะเข้างานเต้นรำได้ต้องใส่ชุดราตรีและหน้ากากเท่านั้น” ว่านเสี่ยวซานเป็นหนึ่งในทีมงานฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ เธอเปิดแชทกลุ่มประกาศ “พวกเราไปซื้อชุดกันตอนนี้เลยดีไหม”
บ่ายนี้พวกเธอไม่มีเรียน งานเต้นรำเริ่มสองทุ่ม ยังมีเวลาเตรียมตัวเหลือเฟือ
ว่านเสี่ยวซานแนะนำให้ไปห้างที่เพิ่งเปิดใหม่ จะได้ไม่ต้องซวยไปเจอเฝิงซือเหนียนเหมือนคราวที่แล้ว
หนานจือไม่ได้ตั้งใจจะซื้อชุดใหม่ บอกว่าใส่ชุดที่เคยใส่ตอนงานฉลองครบรอบมหาวิทยาลัยครั้งก่อนก็พอแล้ว
