พวกเขายังอยากถามต่อ แต่เจียงเจ้อเปิดคอมพิวเตอร์จัดการงานแล้ว ก็รู้ว่าเขาไม่มีทีท่าจะตอบต่อ จึงแยกย้ายกันไปอย่างไร้รสชาติ
“เมื่อกี้เกิ่งเถียนเถียนถามว่าพวกเราอยากแชร์ห้องวีไอพีด้วยกันไหม” หลินอวี่เซวียนจงใจอ่านออกเสียง “เธอบอกว่าเหลือห้องสุดท้ายแล้ว พวกนายคิดว่าไง”
นิ้วที่เคาะแป้นพิมพ์ของเจียงเจ้อชะงักไป ก่อนจะตอบก่อนอีกสองคนว่า “ได้นะ”
สวีเฮ่ากับถังซือหย่วนสบตากัน ต่างเห็นไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นลุกโชนในสายตาอีกฝ่าย
หนึ่งทุ่มตรง ทั้งแปดคนมาเจอกันที่[ยามราตรี]
“สวัสดีครับ รุ่นพี่”
“สวัสดีจ้ะ รุ่นน้อง”
ต่างทักทายกันอย่างสุภาพ มีเพียงเจียงเจ้อที่เงียบขรึมไม่พูดจา พยักหน้าให้เบาๆ
ห้องวีไอพีอยู่ห้องในสุดของทางเดินชั้นสอง
หนานจือกับเพื่อนอีกสามคนเดินนำหน้า
หลีจื่อเมิงเอามือทาบอก หันไปยักคิ้วหลิ่วตาใส่ทั้งสามคน กดเสียงลงต่ำ “ตายแล้ว แค่มีรุ่นพี่เจียงเจ้ออยู่ ก็รู้สึกกดดันจนไม่รู้ทำไม ตื่นเต้นจัง”
หนานจือแอบเหลียวหลังไปมอง ทางเดินสลัวแสง เจียงเจ้อเดินริมขวาสุด ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนในเงามืด
คิ้วและขนตาหลุบต่ำ สันจมูกโด่งเป็นเงาทาบลงข้างแก้ม แบ่งเส้นแบ่งระหว่างแสงและเงา ระหว่างคางกับลำคอโค้งเป็นมุมคมเฉียบ
สมกับที่ถังหยวนเอ่ยปากชื่นชมว่าหล่ออยู่บ่อยๆ รูปร่างหน้าตาดีอยู่ไม่น้อย
แต่หนานจือไม่ใช่พวกหลงรูปหรือยึดติดกับความหล่อ แค่มองอยู่สองวินาทีก็ละสายตากลับมา
