เสียงเอะอะของพวกเขาดังไม่น้อย จนเจียงเจ้อที่อยู่ห้องข้าง ๆ พลอยสนใจไปด้วย
เขาเดินออกมาจากห้องเรียนด้านข้าง ขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนมองไปทางหนานจือ
“เกิดอะไรขึ้น?”
หนานจือกำลังจะพูด แต่หลี่เจี้ยนที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์ตรงทางเดินก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
“เธอโกง มีหลักฐานคาตาแล้วยังปฏิเสธอีก!”
หนานจืออดหัวเราะออกมาไม่ได้ “แค่เห็นกระดาษที่ถูกโยนมาแผ่นเดียวก็สรุปว่าฉันโกงแล้ว อาจารย์คะ คุณด่วนตัดสินเกินไปหรือเปล่า?”
จางเยียนที่เพิ่งกลับจากห้องน้ำเห็นคนล้อมโต๊ะหนานจืออยู่ จึงรีบเดินเข้ามา “เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงของหลี่เจี้ยนดังมาก จนแทบจะได้ยินไปถึงครึ่งหนึ่งของทางเดิน นักศึกษาหลายคนที่นั่งใกล้ประตูต่างแอบชะโงกหน้าออกมาดู
เจียงเจ้อปิดประตูห้องเรียน ตัดสายตาของคนด้านนอก
เพื่อนร่วมชั้นที่นั่งข้างหนานจือพูดเสียงเบา “อาจารย์คุมสอบคนนี้เห็นกระดาษที่เขียนคำตอบไว้เหมือนกับกระดาษคำตอบของหนานจือทุกข้อ ก็เลยตัดสินว่าเธอโกง”
หนานจือเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมชั้น เพราะทั้งสวยและขยัน เวลาใครถามอะไร เธอก็อธิบายให้ฟังอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
พอได้ยินว่าเธอถูกกล่าวหาว่าโกง ทุกคนก็วางปากกาแล้วเงยหน้าขึ้นมอง
หนานจือโกงข้อสอบ? เป็นไปได้ยังไง!
จางเยียนยืนขวางหน้าโต๊ะของหนานจือ “อาจารย์หลี่ หนานจือเป็นนักศึกษาดีเด่นของสาขาเรา มหาวิทยาลัยยังเคยเอ่ยปากชม แถมสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง นักศึกษาแบบนี้จะโกงไปทำไมคะ?”