สองคืนมานี้ หนานจือกับเจียงเจ้อนัดกันมาซ้อมเปียโนด้วยกัน เมื่อวานเธอขอลาหยุด เขาไม่ได้ถามเหตุผลก็ปล่อยให้เธอกลับไป
ในสายตาของหนานจือ แม้นิสัยของเจียงเจ้อจะเย็นชาไปบ้าง แต่เขาก็คุยด้วยง่ายมาก เธอรู้สึกดีกับเขาพอสมควร
เธอตอบกลับ: [กลับมาถึงเมืองหลวงตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว มหาวิทยาลัยปิดประตูแล้ว ฉันพักที่โรงแรมใกล้ ๆ หนึ่งคืน]
เจียงเจ้อ: [อืม ราตรีสวัสดิ์]
หนานจือ: [แล้วเจอกันพรุ่งนี้]
ออกจากหน้าต่างแชท หนานจือเห็นมีคำขอเป็นเพื่อนใหม่เข้ามา คนที่เพิ่มเธอไม่ได้ระบุตัวตน แต่เธอจำได้จากชื่อเล่น
[จันทร์]
เฝิงซือเหนียนใช้ชื่อว่า[รอจันทร์กลับคืน] คนที่เขารอคอยก็คือไป๋เวยผู้เป็นดั่งจันทร์นั่นเอง
ลายเซ็นส่วนตัวของเธอคือ: จันทร์ในทะเลคือจันทร์บนฟ้า คนตรงหน้าคือคนในดวงใจ
หนานจือรู้สึกว่าไป๋เวยไม่ได้หวังดี แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีธุระจริง ๆ เธอก็ไม่มีทางยอมให้คนที่คิดร้ายต่อเธอมาอยู่ในรายชื่อเพื่อน
เธอทำเป็นเมินเฉย ปิดมือถือแล้วเข้านอน
เช้าวันรุ่งขึ้น หนานจือตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ระหว่างแปรงฟัน เธอเปิดมือถือ มีข้อความในวีแชทนับสิบข้อความ ส่วนใหญ่มาจากโจวหย่า
[จือจือ กลับมาถึงเมืองหลวงหรือยังจ๊ะ]
[ซือเหนียนไม่ได้กลับบ้านทั้งคืนเลย แถมไม่รับโทรศัพท์อีก รู้ไหมว่าเขาไปที่ไหน]
[จือจือ แม่รู้ว่าดึกดื่นป่านนี้มารบกวนหนูไม่ดี แต่แม่ร้อนใจจริง ๆ เลยบอกให้พ่อเฝิงของหนูออกไปตามหาเขาแถวนี้แล้ว]
......
หนานจืออ่านไปทีละข้อความ ทุกประโยคเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อเฝิงซือเหนียน
ตอนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสาม เฝิงซือเหนียนเคยทะเลาะกับแม่ของเฝิงอย่างรุนแรงเพราะเรื่องของไป๋เวย
