โจวหย่าไม่เชื่อ เพราะเธอเห็นหนานจือเกาะติดเฝิงซือเหนียนมาตั้งแต่เด็ก
ความรู้สึกที่สั่งสมมานานกว่าสิบปี จะเปลี่ยนไปเพราะเขาขาดสติชั่ววูบแล้วไปคบกับไป๋เวยได้อย่างไร?
“อย่าพูดเหลวไหลสิ บางทีพวกเขาอาจแค่สนิทกันเฉย ๆ ก็ได้” โจวหย่าถลึงตาใส่เขาอย่างโมโห “ใส่ร้ายชื่อเสียงผู้หญิงง่าย ๆ แบบนี้ไม่ดีนะ”
หนานจือบล็อกช่องทางติดต่อทั้งหมดของเฝิงซือเหนียนไปนานแล้ว เขาจึงต้องไปค้นหาความเคลื่อนไหวของหนานจือในเว็บบอร์ดของโรงเรียน
ต้องขอบคุณสวีเฮ่า ที่โพสต์รูปหมู่จากคอนเสิร์ตวันนั้นลงไป
ทุกคนในรูปถ่ายออกมาดูดีเป็นพิเศษ
เฝิงซือเหนียนเพิ่งเคยเห็นรูปนี้เป็นครั้งแรก หนานจือยิ้มให้กล้องอย่างสดใส แม้แต่เจียงเจ้อที่ปกติไม่ค่อยแสดงสีหน้า บนใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้มบาง ๆ
โจวหย่าเห็นเขานิ่งงัน จึงขยับเข้าไปดู
“คนไหนที่ลูกพูดถึง?”
แม้คนแรกที่ดึงดูดสายตาเธอจะเป็นนักศึกษาชายร่างสูงผอมสวมแว่น แต่เพราะเธอเข้าข้างลูกตัวเอง จึงแอบคิดว่าเฝิงซือเหนียนหล่อกว่า
เฝิงซือเหนียนได้สติกลับมา ชี้ไปที่เจียงเจ้อแล้วพูดว่า “คนนั้นครับ”
โจวหย่าพินิจดูอยู่ครู่หนึ่ง “คนนี้... ดูดีมีสง่าจริง ๆ แต่ลูกแม่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาสักหน่อยนี่”
น้ำเสียงของเขาเจือความประชดประชัน “ตอนประกวดหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน เขาได้คะแนนมากกว่าผมตั้งสองเท่า แถมตอนอยู่ปีหนึ่งยังได้รับเลือกจากทางมหาวิทยาลัยให้ไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่สถาบันมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ผมจะไปเก่งเท่าเขาได้ยังไงล่ะครับ”