ถังหยวนขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ อย่างตั้งใจ “ไม่มีชื่อกำกับ ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่ลายมือสวยดี”
หนานจือรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง คล้ายลายมือบนกระดาษโน้ตที่เจียงเจ้อเขียนให้เธอครั้งก่อนในห้องสมุด
จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนที่พบถังหยวนที่อันเหอครั้งก่อน เจียงเจ้อก็อยู่ด้วย
หนานจือกะพริบตาเล็กน้อย ก่อนจะถ่ายข้อความบนกำแพงเก็บไว้
เธอไม่ได้ถามเจียงเจ้อตรง ๆ ว่าเขาเป็นคนเขียนหรือเปล่า เพียงส่งข้อความไปถามว่า【รุ่นพี่เจียง เคยมาที่โรงเรียนมัธยมปลายอันเหอหรือเปล่าคะ】
ตอนเจียงเจ้อเห็นข้อความนั้น เกมที่เล่นกับเพื่อนร่วมห้องกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญพอดี
เขาตั้งเสียงเตือนพิเศษให้หนานจือไว้ แรงสั่นของข้อความจึงไม่เหมือนของคนอื่น
หลินอวี่เซวียนเห็นเขาเอาแต่สนใจโทรศัพท์ จึงอดเตือนไม่ได้ “พี่เจียง วงพิษกำลังจะบีบแล้ว ค่อยดูข้อความทีหลังก็ได้! ในทีมเหลือแค่เราสองคนแล้ว อีกนิดเดียวก็จะได้กินไก่แล้วนะ!”
เจียงเจ้อหลุบตาลง คำถามของเธอจู่ ๆ ก็โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอเฉียบแหลมขนาดนั้น คงรู้ตัวแล้วว่าเขาอาจเป็นคนเขียนประโยคนั้นบนกำแพงเขตโรงเรียน
เขายังจำได้ว่าครั้งก่อนในห้องสมุดเคยเขียนข้อความให้เธอ เธอฉลาดขนาดนั้น ย่อมต้องนึกถึงเขาเป็นคนแรก
เจียงเจ้อไม่ได้ลงชื่อท้ายประโยคนั้น แค่ลายมืออย่างเดียว เธอคงไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือเขาแน่ ๆ
หนานจือรอจนได้รับคำตอบจากเขา【เคยไปเมืองอันเหอ แต่ไม่เคยไปโรงเรียนมัธยมปลายอันเหอ】
【แต่รู้ว่าเมื่อก่อนเธอเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายอันเหอ】