สวีหลินเอียงคอคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตบต้นขาตัวเองเมื่อนึกออกว่าตอนนี้หวังหมิงเหลียงเป็นหัวหน้าหน่วยจับกุมที่หนึ่ง
เมื่อมีเป้าหมายแล้ว สวีหลินก็วางใจ หันไปสังเกตบทสนทนาระหว่างพี่เทากับชายหน้าดำต่อ
ทั้งสองคุยกันได้ไม่นาน ชายแก่เฝ้าประตูก็นำสเปรย์สี่กระป๋องออกมา
พี่เทากำชับว่าเมื่อใช้สเปรย์แล้ว ต้องทำลายหลักฐานให้หมดจด ห้ามให้ข่าวแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ชายหน้าดำรับคำอย่างเต็มปาก
พี่เทามองส่งชายหน้าดำจากไปแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงเอ่ยกับชายแก่เฝ้าประตูว่า
“แจ้งลงไป ต่อจากนี้ห้ามพวกนั้นมาหาถึงที่โดยตรง หากจำเป็นต้องติดต่อกัน ต้องหาสถานที่นัดพบแห่งอื่นที่ปลอดภัยกว่า”
“รับทราบครับ” ชายแก่เฝ้าประตูยืดตัวตรงรับคำ ก่อนจะครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วถามว่า “ที่นี่ต้องย้ายไหมครับ”
“คอยดูสถานการณ์ก่อน ถ้าช่วงสองสามวันนี้มีคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีสถานะอะไร ก็ย้ายทันที”
คำพูดของพี่เทาทำให้สวีหลินเลิกคิ้ว นึกไม่ถึงว่าพี่เทาจะระแวดระวังถึงเพียงนี้ แต่พวกเขาคิดจะย้าย ก็ต้องได้รับอนุญาตจากเธอก่อน
สวีหลินไม่ได้รีบร้อนออกไปสะกดรอยตามชายหน้าดำ แต่แอบเดินสำรวจบ้านสี่สวนอยู่เงียบ ๆ เธอใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง
ตรวจดูทุกซอกทุกมุมของบ้านสี่สวนจนทั่วแล้ว เธอจึงแอบออกไป
ภายในห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยจับกุมที่หนึ่ง หวังหมิงเหลียงจ้องกระดาษสองแผ่นที่มีตัวหนังสือเขียนแน่นขนัดอยู่ในมือ สีหน้าของเขาดูซับซ้อนอย่างยิ่ง
บนกระดาษสองแผ่นนี้มีสถานที่ซ่อนตัวของสายลับอยู่สี่แห่ง นอกจากบ้านพักโรงงานเครื่องจักรแห่งนี้แล้ว อีกสามแห่งก็ระบุไว้อย่างชัดเจน
