หวงจื่อซูเป็นหนุ่มใหญ่ร่าเริงสดใส ยังไม่ทันเอ่ยปากก็ยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาดแปดซี่
ส่วนหลินจื่อเหฮาวกลับเหมือนภูเขาน้ำแข็ง ใบหน้าคมคายได้รูปประดับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทำให้คนอื่นรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
แต่ทั้งสองคนมีจุดที่คล้ายกันอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือหน้าตาดี มองปราดเดียวก็รู้ว่าบรรพบุรุษส่งต่อพันธุกรรมชั้นดีมาให้ ทั้งยังเลือกเอาแต่ข้อดีมารวมไว้บนตัวพวกเขา
หลังจากปัญญาชนรุ่นเก่าแนะนำตัวเสร็จ ปัญญาชนรุ่นใหม่ก็เดินออกมาแนะนำตัวเอง สวีหลิน หานหง และจางเฉียงแนะนำตัวกันอย่างปกติ
พอถึงคราวฉินฟาง เธอก็ทำสีหน้าเป็นดอกไม้ขาวบริสุทธิ์ ดวงตาแดงก่ำ ดูราวกับต้องกล้ำกลืนความคับแค้นใจทั้งหมดไว้เพียงลำพังเพื่อส่วนรวม
ทำเอาปัญญาชนชายอย่างหูชางหมิงรู้สึกสงสารแทบใจขาด ส่วนปัญญาชนหญิงกลับรู้สึกสะอิดสะเอียนสุดทน
ผู้หญิงด้วยกัน ขอแค่ไม่ใช่คนทึ่มจนเกินไป ก็ย่อมดูออกว่าฉินฟางกำลังเล่นละครอะไร
น่าเสียดายที่ปัญญาชนชายตาถั่ว มองไม่ออก โดยเฉพาะซูเหลียงที่รู้สึกผิดกับเรื่องนี้มาก
เขาคิดว่าเป็นเพราะตัวเองปกป้องฉินฟางได้ไม่ดี ทำให้ฉินฟางถูกสวีหลินรังแก บัญชีนี้เขาจดจำไว้แล้ว สักวันต้องเอาคืนแน่
หลังแนะนำตัวเสร็จ ซูเหลียงก็จ้องสวีหลินอย่างดุดัน ก่อนจะถอยหลังไป ตั้งใจจะไปยืนข้างฉินฟาง
แต่ไม่คิดว่าการถอยครั้งนี้จะทำให้เกิดเรื่องใหญ่เข้า เท้าของเขาถูกสะดุดเข้าอย่างจัง จึงเสียหลักหงายหลังล้มลงโดยไม่ทันระวัง ท้ายทอยกระแทกพื้น
ซูเหลียงเจ็บจนแทบน้ำตาไหล นอนอยู่ตรงนั้นพักใหญ่กว่าจะฟื้นตัว
ปัญญาชนคนอื่นเห็นแล้วก็ได้แต่พูดไม่ออก พื้นลานปัญญาชนถึงจะไม่เรียบเท่าไร แต่ก็ไม่น่าจะสะดุดจนคนล้มได้กระมัง
