ม่อเสี่ยวซีได้ยินแล้วเปลือกตากระตุกไม่หยุด
ฉันกลายเป็นจ้าวแห่งนิรยาตั้งแต่เมื่อไรกัน?
แต่ในเมื่อนางผีตนนี้มาระบายทุกข์ให้ฟังถึงที่ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ม่อเสี่ยวซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินออกจากห้องส้วมไปยังที่ลับตาคน
นางผีกลับตามมาด้วย ก้มตัวประสานหมัดกล่าวว่า “ฝ่าบาท ข้ามีความอยุติธรรม...”
“อยุติธรรมเรื่องใด จงเล่ามาให้ละเอียด” แววตาของม่อเสี่ยวซีวาบประกายอยากรู้อยากเห็น
ทว่านางผีเอาแต่พร่ำร้องว่าถูกปรักปรำซ้ำไปซ้ำมา ความคิดขาด ๆ หาย ๆ ฟังแล้วชวนให้สับสนยิ่ง
ม่อเสี่ยวซีจึงใช้เนตรมายายมโลก ปกคลุมร่างนางผีไว้
ชั่วพริบตา หมอกพลันลอยฟุ้ง ภายในม่านหมอกราวกับกำลังฉายภาพให้เห็น
ไป๋หลี่เฟยสวมชุดศิษย์สีขาวนวล บำเพ็ญอยู่ในสำนักมาร้อยกว่าปี
ไม่กี่วันก่อน นางได้รับเลือกให้เข้าไปอยู่ในวังเทียนเหยียน คอยรับใช้เทพธิดาจิ่งหลิงเยว่ซึ่งเพิ่งฟื้นขึ้นมาได้ไม่นาน
ใครจะรู้ว่าเทพธิดาผู้นั้นอารมณ์แปรปรวน เอาแต่ยืนกรานว่าทำสิ่งของสำคัญที่สุดหายไปชิ้นหนึ่ง
องค์เทพพิโรธอย่างหนัก ตบเพียงฝ่ามือเดียวก็สังหารนางเซียนรับใช้ข้างกายเทพธิดาไปหลายคน
ในบรรดาพวกนาง มีหลายคนที่วิญญาณสลายสิ้นคาที่ มีเพียงไป๋หลี่เฟยซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยเท่านั้น ที่หนีรอดมาได้พร้อมเศษเสี้ยวดวงวิญญาณ
หลังระหกระเหินไปหลายต่อหลายครั้ง ดวงวิญญาณก็ติดตามกลุ่มศิษย์ออกจากสำนักมา...
ม่อเสี่ยวซีปัดหมอกออก แล้วมองเงาผีที่คุกเข่าหมอบอยู่ตรงหน้าอย่างเหนือกว่า ก่อนใช้จิตถามว่า “องค์เทพผู้นั้นเข่นฆ่าผู้คนตามอำเภอใจเช่นนี้เป็นปกติหรือ?”
เงาผีพยักหน้า “ก่อนหน้านี้องค์เทพผู้นั้นจะออกจากสำนักทุกระยะ พอกลับมา วังเทียนเหยียนก็อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเข้มข้น...ฝ่าบาท ไป๋หลี่เฟยช่างน่าเวทนานัก พวกเราไม่รู้จริง ๆ ว่าเทพธิดาทำสิ่งของสำคัญอะไรหายไป...”