คนผู้นั้นคือองค์เซียนจิ่งฉือ หรือจะเรียกว่าชิงเยี่ยนก็ได้
ในความฝันอีกฉากหนึ่ง คนผู้นี้ลอบโจมตีนางจากด้านหลัง แล้วร่ายคำสาปพรากวิญญาณใส่นาง
ม่อเสี่ยวซีไม่กล้ามองนาน รีบปิดหน้าต่าง ก่อนหยิบถุงเก็บของใบหนึ่งส่งให้น้องชาย แล้วกระซิบว่า
“เจ้ากลับนิรยาพร้อมท่านลุงใหญ่และคนอื่นก่อน ในถุงมีเคล็ดวิชาและวิชายุทธ์มากมาย จงนำกลับไปยังสำนักเทพวิถีสวรรค์ แล้วเร่งเพิ่มพูนพลังให้เร็วที่สุด หากมีเวลาข้าจะไปเยี่ยมพวกเจ้า
อีกอย่าง เหรียญตราสำนักห้ามมอบให้คนอื่นตามใจ มีเพียงผู้ที่ไว้ใจได้เท่านั้นจึงจะเข้าออกมหาค่ายกลพิทักษ์สำนักได้อย่างอิสระ”
“พี่หญิง ข้าอยู่กับท่านที่นี่เถิด” เสี่ยวเป่ยทำหน้าบูดบึ้งอย่างไม่เต็มใจนัก
ม่อเสี่ยวซีส่ายหน้า “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้ ร่างแยกของจิ่งฉือผู้นั้นเคยไปโลกชางหลานมาก่อน ย่อมคุ้นเคยกับกลิ่นอายพลังจิตบนตัวพวกเจ้าเป็นอย่างดี หากเขาจับพิรุธได้ พวกเราก็จบเห่กันหมด”
เสี่ยวเป่ยอึ้งงันไป ก่อนพยักหน้าอย่างจำใจ “ก็ได้ ข้าจะกลับไป พี่หญิงต้องมาเยี่ยมข้าบ่อย ๆ นะ”
“อืม” ม่อเสี่ยวซีรับคำ พลางใช้ญาณห่อหุ้มเสี่ยวเป่ยกับท่านลุงใหญ่และคนอื่น ๆ แล้วส่งพวกเขาไปยังสำนักเทพวิถีสวรรค์ในนิรยาทันที
จากนั้นนางก็นั่งขัดสมาธิ พยายามดูดซับแรงวิญญาณและโคจรพลังไปตามวัฏจักร
ปรากฏการณ์ประหลาดบนฟากฟ้ายามราตรี เป็นเพียงการสร้างกระแสให้แก่งานเลี้ยงของจิ่งหลิงเยว่ที่วังเทียนเหยียน การสร้างเรื่องเรียกความสนใจเช่นนี้ก็เพื่อเชิดชูฐานะเทพธิดาเท่านั้น
ร่างจริงของพวกเขาไม่ได้ปรากฏบนท้องฟ้า ม่อเสี่ยวซีจึงไม่สนใจอีก ตั้งใจฝึกฝนต่อไป