“ข้าต้องการซื้อผ้ากับผ้าห่ม”
ม่อเสี่ยวซีเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ
เจ้าของร้านกวาดตามองนาง เห็นว่าเป็นเด็กสาวผอมบางอายุสิบกว่าปี จึงกวักมือเรียก “ตามข้ามา”
ม่อเสี่ยวซีพยักหน้า เดินตามเจ้าของร้านเข้าไปในเรือนเล็ก จากนั้นผ่านเรือนเล็กเข้าไปทางประตูหลังของร้าน
ภรรยาของเจ้าของร้านยกโคมไฟลมมาส่องสว่าง ม่อเสี่ยวซีเลือกผ้าฝ้ายมาหลายพับ ทั้งยังเอารองเท้าผ้าฝ้าย ถุงเท้าผ้าฝ้าย และด้ายกับเข็มอีกมากมาย
ตอนจ่ายเงิน นางหยิบคริสตัลปีศาจกำหนึ่งออกมาอีกครั้ง “ข้ามีแค่นี่”
มุมปากเจ้าของร้านกระตุก แทบจะด่ากราดออกมา
แต่ม่อเสี่ยวซีไม่รอให้เขาเอ่ยปาก วางคริสตัลปีศาจไว้ แล้วรีบเก็บผ้ากับข้าวของจิปาถะ ก่อนหมุนตัวออกจากร้าน หายลับไปในความมืด
นางมีเวลาเร่งด่วน ไม่อาจเสียไปกับการโต้เถียงกับผู้อื่น
คราวนี้นางตั้งใจจะไปดูอำเภอที่อยู่ห่างออกไปราวร้อยลี้ แวะซื้อเมล็ดพันธุ์กับเครื่องเทศติดมือไปด้วย
หากเป็นไปได้ นางยังอยากซื้อผ้าห่มนุ่มฟูสักหลายผืน
นางนำเรือเหาะออกมา กระตุ้นให้มันเคลื่อนที่ เพียงครึ่งชั่วยามก็ไปถึงอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
เมื่อมองจากเบื้องบน อำเภอแห่งนี้ไม่ต่างจากเมืองโบราณทั่วไป มีกำแพงเมืองกับประตูเมือง อีกทั้งยังมีทหารเฝ้าประตู
แต่ที่นี่ไม่มีเกราะคุ้มครองอย่างในโลกชางหลาน และยามค่ำคืนก็ไม่มีปีศาจประหลาด
ม่อเสี่ยวซีเล็งถนนที่มีแสงไฟสว่างที่สุด แล้วค่อย ๆ ร่อนลงอย่างเงียบเชียบ
ทว่าจุดที่มีแสงไฟสว่างนั้นกลับเป็นร้านขายของกินเล่นหลายร้าน
บนธงผืนหนึ่งปักชื่อ “ซุปหูล่าของยายจาง” อีกผืนเป็น “โรงสุราตระกูลหลี่” ส่วนอีกสองร้านคือ “ก๋วยจั๊บกุ้งเซียนเซียง” กับ “ขนมงาตระกูลหาน”
พอม่อเสี่ยวซีเห็นอาหารอร่อยมากมายเช่นนี้ ขาก็แทบก้าวไม่ออก นางรีบไปกว้านซื้อขนมงาจนหมดร้านก่อน จากนั้นจึงนั่งลงข้างโต๊ะเล็กของร้านก๋วยจั๊บกุ้งเซียนเซียง สั่งก๋วยจั๊บกุ้งมาสองชามใหญ่
