ม่อเสี่ยวซีตรวจดูพลังจิตของตน เหลืออยู่ร้อยกว่าหน่วย จึงพยักหน้ารับ
แสงจาง ๆ สายหนึ่งปกคลุมทั่วร่าง ครู่ต่อมาแถบความคืบหน้าหลังชื่อวิชาเปลวเพลิงเผาแดนฟ้าก็ขยับไปข้างหน้าเล็กน้อย
นางจึงใช้พลังจิตต่ออีกสิบหน่วยเพื่อทำความเข้าใจ
หลังทำเช่นนี้ติดต่อกันสิบครั้ง พลังจิตก็หมดเกลี้ยง ตัวอักษรหลังชื่อเปลวเพลิงเผาแดนฟ้าแสดงว่าเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นแล้ว
ม่อเสี่ยวซีดีใจ หยิบคริสตัลปีศาจราวสองร้อยเม็ดออกมา ลังเลว่าจะเปลี่ยนมันเป็นพลังจิตดีหรือไม่
ครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็ล้มเลิกความคิดนั้น
เก็บสะสมไว้ก่อนดีกว่า เผื่อได้เจอของแบบอ่างกุ้งใบนั้นอีก อย่างน้อยตนก็จะมีกำลังซื้อ
ขณะนั้นเอง เสียงม่อเหล่าซื่อก็ดังมาจากด้านนอก “พี่ใหญ่ อยู่บ้านหรือไม่? ท่านพ่อให้ข้ามารับเสี่ยวซีกลับบ้าน...”
ม่อเสี่ยวซีขมวดคิ้ว
มารับนางกลับบ้าน? ชายชราแซ่ม๋อจะใจดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
แต่ตนก็ต้องกลับไปคฤหาสน์เก่าสักครั้งจริง ๆ เพื่อขนของใช้ในชีวิตประจำวันออกมาให้หมด
ยังมีข้าวของบางอย่างที่พ่อแม่ของร่างเดิมทิ้งไว้ เช่น อาวุธ โล่ และเกราะที่ชำรุด เป็นต้น
หากซ่อมแซมของเหล่านั้นได้ ต่อให้ตนใช้ไม่ได้ เอาไปแลกก็น่าจะได้คริสตัลปีศาจกลับมาไม่น้อย
คิดได้ดังนั้น นางก็เดินออกจากห้อง
เห็นม่อเหล่าซื่อยืนอยู่ในลานบ้านเก่าทรุดโทรม กำลังมองมาทางนาง
“เสี่ยวซี กลับมาแล้วทำไมไม่กลับบ้าน? ท่านปู่เป็นห่วงจนกินข้าวไม่ลง รีบกลับไปกับข้า ไปบอกให้ท่านสบายใจว่าเจ้าปลอดภัยแล้ว”
“ท่านปู่กินข้าวไม่ลง?” ม่อเสี่ยวซีรู้สึกว่าน่าขันสิ้นดี
ปกติชายชราคนนั้นแทบไม่เคยเหลือบมองนางด้วยซ้ำ มาคราวนี้กลับเป็นห่วงนางขึ้นมาได้
แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไหลไปตามน้ำเสียหน่อย
“ได้ ข้าจะไปบอกท่านปู่ว่าปลอดภัยแล้วเดี๋ยวนี้” ม่อเสี่ยวซีหันไปหยิบกระเป๋าสะพายจากผนัง แล้วคล้องไว้บนไหล่
