“นี่มันทรุดโทรมเกินไปแล้ว หากซ่อมแซมคงต้องเสียเงินไม่น้อย”
ม่อป๋อจู๋สำรวจรอบ ๆ หนึ่งรอบ “ทำเลก็ถือว่าไม่เลว กำแพงด้านข้างติดกับเขตชั้นนอกของตลาดพอดี”
“ถามราคาก่อน ถ้าคุ้มก็ค่อยซื้อ” ม่อเสี่ยวซีเอ่ยขึ้น
“ได้”
ม่อป๋อจู๋หมุนวีลแชร์ไปสอบถามบ้านข้าง ๆ จึงได้รู้ว่าครอบครัวเจ้าของบ้านหลังนี้ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว เหลือเพียงลูกสาวคนหนึ่งที่แต่งงานออกไป
“บ้านหลังนี้มีกลิ่นอายอัปมงคลอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นเราไปดูที่อื่นต่อดีไหม” ม่อป๋อจู๋ขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ
แต่ม้อเสี่ยวซีกลับยืนกราน “ทำเลที่นี่ดี ลานบ้านก็กว้าง ไปหาลูกสาวเจ้าของบ้านมาถามราคาก่อนเถอะ”
ม่อป๋อจู๋พยักหน้าอย่างจนใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ไปถามดู”
คณะเดินข้ามถนนไปหลายสาย กว่าจะหาบ้านของลูกสาวเจ้าของบ้านพบ
ม่อต้าจวงก้าวขึ้นไปบอกจุดประสงค์ให้ฟัง ลูกสาวเจ้าของบ้านจึงเสนอราคา “ลานบ้านพร้อมตัวบ้านหลังนั้น รวมทั้งหมดห้าร้อยคริสตัลปีศาจ”
“ห้าร้อยหรือ ห้องสามห้องเหลือที่พออยู่ได้แค่ห้องเดียว ยังกล้าตั้งราคาสูงขนาดนี้อีกหรือ” ม่อต้าจวงทำหน้าบึ้ง “ถ้าเจ้าคิดจะขายจริง ก็เสนอราคาที่สมเหตุสมผลหน่อย ไม่อย่างนั้นพวกเราไปซื้อบ้านที่สร้างเสร็จแล้วไม่ดีกว่าหรือ”
หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจำต้องเอ่ยว่า “ต่ำสุดสี่ร้อยยี่สิบ ลานบ้านใหญ่ขนาดนั้น แค่ราคาที่ดินก็เกินราคานี้แล้ว”
“งั้นก็สี่ร้อย ภาษีซื้อขายพวกเราออกเอง” ม่อป๋อจู๋เอ่ยขึ้น
“นี่...” หญิงสาวยังตัดใจไม่ได้ “ข้าให้ราคาต่ำสุดแล้ว ถ้าต่ำกว่านี้ก็ไม่ขาย...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ม่อป๋อจู๋ก็หมุนวีลแชร์ ทำท่าจะจากไป
ไม่คาดคิดว่าแม่สามีของหญิงสาวจะออกมาพูดว่า “สี่ร้อยก็สี่ร้อย ภาษีซื้อขายพวกเจ้าออกเอง”
