หลังจากฝึกฝนมาหลายวัน วิชาโฮ่วถู่ของม่อชางไห่ก็บรรลุขั้นเริ่มต้น สามารถพลิกดินทรายให้เคลื่อนตัวได้
ส่วนวิชาโฮ่วถู่ของม่อเสี่ยวซีบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว นางควบคุมดินทรายได้อย่างเชี่ยวชาญยิ่ง กระทั่งสามารถอัดดินทรายบางส่วนให้จับตัวเป็นก้อนหินได้
ทุกครั้งที่นางใช้วิชา จะสิ้นเปลืองพลังจิตหนึ่งพันหน่วย และขุดร่องฐานรากยาวห้าสิบเมตรได้
ดินทรายที่ขุดขึ้นมา นางเก็บไว้ในมิติบ่อบัวชั่วคราว รอให้ก่อขอบด้วยก้อนหินเสร็จแล้ว ค่อยนำดินทรายกลับมาถมก็พอ
หลังพลิกดินติดต่อกันไปกว่าสองร้อยเมตร ม่อเสี่ยวซีก็นั่งพักบนก้อนหินก้อนหนึ่ง ค่อย ๆ ฟื้นฟูพลังจิต
ม่อชางไห่เข็นวีลแชร์ตามอยู่ข้างหลานสาว คอยช่วยงานเป็นครั้งคราว ไม่ก็เก็บก้อนหินแถวนั้นใส่ถุงเก็บของแล้วขนมาวางเรียงบนฐานราก
เมื่อม่อเสี่ยวซีมองเห็นขาของท่านลุง ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าวิชาฟื้นฟูของตนบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว หากใช้ควบคู่กับยาต่อเส้นเอ็นและยางอเนื้อกระดูก ก็จะทำให้แขนขาที่ขาดของท่านลุงงอกกลับมาได้
แต่เมืองเทียนหยวนกับเมืองจื่อชู่ไม่มียาเม็ดชนิดนี้ คาดว่าเมืองใกล้เคียงก็คงไม่มีเช่นกัน
ดูท่าคงต้องหายาวิเศษและวัตถุดิบยามาปรุงเองเสียแล้ว
พริบตาเดียวก็ถึงยามบ่าย กำแพงป้องกันยาวห้าร้อยเมตรสร้างเสร็จก่อนกำหนด
เหมิงเทียนกับม่อต้าจวงและคนอื่น ๆ อีกสองสามคนไม่อยากกลับเร็ว จึงอยู่บนเนินเขาเพื่อขุดหาก้อนหินต่อ
ม่อเสี่ยวซีไม่มีทางเลือก ได้แต่ตามไปขุดฐานราก ทำงานจนฟ้าเริ่มมืดจึงรีบกลับค่าย
เที่ยงวันหนึ่งในอีกหลายวันต่อมา มีสัตว์ปีกสองตัวปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ก่อนจะบินลงจอดตรงหน้าม่อเสี่ยวซี
หาเจินลงจากหลังสัตว์ปีก แล้วกวาดตามองม่อเสี่ยวซีอย่างสงสัย “เอ๊ะ? ทำไมเจ้าถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?”
“แบบไหนหรือ?” ม่อเสี่ยวซีไม่มีกระจก รู้เพียงว่าตนผอมซูบมาก แต่ไม่รู้ว่าหน้าตาตอนนี้เป็นอย่างไร
