เวลานี้เจียงเชี่ยก็เข้ามาช่วยงานด้วย
หลายคนช่วยกันนวดแป้งบ้าง สับไส้บ้าง ไม่นานก็อบแผ่นแป้งเนื้อได้เต็มตะกร้า
ที่จริงแผ่นแป้งเนื้อพวกนี้ไม่ได้นุ่มฟูเหมือนแผ่นแป้งหมักในชาติที่แล้วของนาง กินแล้วออกจะแข็งอยู่บ้าง แต่ก็อร่อยกว่าแผ่นแป้งมอสส์มาก
เสี่ยวเหอหลบอยู่หน้าประตูห้องครัว แอบชำเลืองมองตะกร้าแผ่นแป้งเนื้อ แต่ก็ถูกพี่สาวดึงตัวออกไปทันที
ม่อเสี่ยวซีเห็นดังนั้นจึงเรียกสองพี่น้อง “มานี่ คนละสองชิ้น”
พวกนางกินข้าวกันมาแล้ว ตอนนี้จึงกินเพิ่มไม่ไหวมากนัก นางเลยให้คนละสองชิ้น
เสี่ยวเหอดีใจจนกระโดดโลดเต้น รีบวิ่งเข้าห้องครัว หยิบให้ตัวเองสองชิ้น แล้วหยิบให้พี่สาวที่อายจนไม่กล้าเข้ามาอีกสองชิ้น ก่อนจะถามอย่างระมัดระวังว่า “พี่เสี่ยวซี ให้พ่อข้าสองชิ้นได้ไหม”
“เอาไปสิ พ่อเจ้าเป็นผู้ใหญ่ เอาไปสี่ชิ้นเลย”
ม่อเสี่ยวซีวางแผ่นแป้งร้อน ๆ ลงในอ่างหินใบหนึ่ง แล้วยื่นให้สองพี่น้อง ก่อนจะหันไปบอกป้าสะใภ้ใหญ่ “แบ่งแผ่นแป้งพวกนี้ให้หมดเลย พรุ่งนี้เช้าค่อยทำใหม่”
สองวันนี้ทุกคนกินแผ่นแป้งเนื้อที่ทำจากแป้งมอสส์ ดื่มน้ำแกงเห็ด แม้จะกินจนอิ่ม แต่ก็ไม่หอมเท่าข้าวสาลีวิเศษ ทั้งยังช่วยเติมกำลังกายได้ด้วย
หลินจิ้นพยักหน้า ยกตะกร้าแผ่นแป้งไปที่ห้องโถงแล้วแจกจ่ายให้ทุกคน
ม่อเสี่ยวซีหยิบยาบำรุงกำลังออกมาหกเม็ด วางลงบนโต๊ะ “นี่คือยาบำรุงกำลัง คนละเม็ด เอาไปได้เลย”
เจียงเชี่ยที่อยู่ข้าง ๆ ชะงักไป จ้องเม็ดยาบนโต๊ะอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ที่แท้คุณหนูม่อพูดจริงทั้งหมด ค่ายพักเบอร์ 108 มียาบำรุงกำลังให้จริง ๆ
นางตื่นเต้นจนหยิบยาเม็ดขึ้นมาหนึ่งเม็ด โยนเข้าปากทันที ก่อนจะนั่งขัดสมาธิเพื่อหลอมฤทธิ์ยา
