ทุกคนรับคำ แล้วไปล้างมือกับล้างหน้าก่อนจะนั่งล้อมโต๊ะหินกินอาหาร
จากนั้นทุกคนก็ต่อแถวไปแช่น้ำ ผู้ชายแช่ในโอ่งหินใบหนึ่ง ส่วนผู้หญิงไปแช่อีกใบหนึ่ง
โอ่งหินทั้งสองใบถูกกั้นแยกเป็นสองส่วนด้วยกำแพงดินหลายแนว
เมื่อทุกคนแช่น้ำเสร็จออกมา อาการปวดเมื่อยทั่วร่างก็ทุเลาลงไปกว่าครึ่ง
หลังจากหลับสนิทข้ามคืน เหมิงเทียนกับเจียงเชี่ยกลับเลื่อนขั้นขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“หลายปีมานี้ข้าติดอยู่ที่วิญญาณยุทธ์ขั้นหนึ่งมาตลอด ไม่คิดเลยว่าพอมาที่นี่ได้แค่วันที่สองก็เลื่อนขึ้นเป็นวิญญาณยุทธ์ขั้นสองแล้ว ขอบคุณท่านผู้บังคับการค่ายที่ให้พวกเราได้กินอาหารดี ๆ เช่นนี้”
เหมิงเทียนค้อมกายให้ม่อชางไห่ ก่อนจะประสานมือคารวะหลินจิ้นกับม่อเสี่ยวซี
เขารู้สึกโชคดีอย่างยิ่งที่เลือกค่ายพักเบอร์ 108
แม้คนในค่ายนี้จะอ่อนแอ ทั้งยังมีจำนวนน้อย แต่ของกินของใช้กลับดีมาก ในอาหารดูเหมือนจะผสมวัตถุดิบวิเศษบางอย่างไว้ด้วย
เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้กินของดีที่ใฝ่ฝันถึงเช่นนี้ในแดนผู้ถูกเนรเทศ
แม้แต่ลูกสาวทั้งสองของเขาก็ยังได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ต่อจากนี้ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ เขาก็จะปักหลักอยู่ที่นี่ให้มั่น ไม่ไปไหนทั้งนั้น
เจียงเชี่ยคารวะตาม แล้วรีบยกค้อนเหล็กกับสิ่วขึ้นพาดบ่า ก่อนจะนั่งลงบนรถเข็น
นางไม่กลัวความลำบาก หากทำงานใช้แรงมากแล้วช่วยให้แข็งแกร่งขึ้นได้ นางก็ยอมทำงานเช่นนี้ทุกวัน
ม่อชางไห่ยิ้มพลางโบกมือ “ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราล้วนเป็นคนในค่ายเดียวกัน เพียงแต่ช่วงนี้ทุกคนคงต้องเหนื่อยกันหน่อย”
“เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว” เหมิงเทียนหยิบค้อนเหล็กกับสิ่วขึ้นมา ประสานมือคารวะม่อชางไห่อีกครั้ง แล้วขึ้นไปนั่งบนรถเข็น
