“ใครน่ะ?” ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคนหนึ่งสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงปลดปล่อยม่านพลังออกมาปกป้องตนเองทันที
ม่อเสี่ยวซีสะบัดแขนเสื้อทำลายม่านพลัง ก่อนคว้าคอเขาไว้แล้วตวาดเสียงต่ำ “อย่าขยับ ไม่อย่างนั้นข้าฆ่าเจ้าแน่”
ขอบเขตผู้บำเพ็ญพลังจิตของนางทะลวงถึงขั้นปลายของขอบเขตอู๋ซูแล้ว ซึ่งน่าจะเทียบได้กับขั้นแปรเทพของผู้บำเพ็ญแรงวิญญาณ การจัดการผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคนหนึ่ง จึงง่ายราวกับบีบมดตัวน้อย
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองเบิกตาจ้องเงาดำตรงหน้าอย่างหวาดกลัว ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ม่อเสี่ยวซีเอ่ยเสียงเบา “เอาผลึกเซียนทั้งหมดออกมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองสั่นเป็นเจ้าเข้า เอ่ยเสียงแหบพร่า “อยู่...อยู่ในโรงเก็บของ ข้า...ข้าจะไปเอามาให้เดี๋ยวนี้...”
ม่อเสี่ยวซีคลายมือจากคอเขา จ้องมองด้วยแววตาเย็นชา “รีบไปเอามา ข้าจะรออยู่ที่นี่”
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองกุมคอ ไอสองครั้ง ก่อนรีบถอยเข้าไปในห้อง
ทันใดนั้น ค่ายกลหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นรอบกายม่อเสี่ยวซี มันคือค่ายกลสังหารเจ็ดพิฆาต
ลูกธนูทองคำและหมอกพิษนับไม่ถ้วนพุ่งวูบวาบอยู่ภายในค่ายกล ลูกธนูทองคำทุกดอกล้วนพุ่งตรงไปยังจุดตายของผู้ที่อยู่กลางค่าย
ม่อเสี่ยวซีแค่นเสียง มือปั้นดินเหนียวที่ข้อมือพลันพุ่งออกมา คลี่ขยายเป็นตาข่ายผืนใหญ่ในพริบตา กวาดรวบลูกธนูทองคำและหมอกพิษทั้งหมดไว้
จากนั้นนางสะบัดมือ ปลดปล่อยเปลวเพลิงเผาแดนฟ้า เผาผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองที่ซ่อนอยู่ในโรงเก็บของกับผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองอีกคนจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ดวงวิญญาณสองสายลอยขึ้นมา นางคว้าพวกมันไว้แล้วแยกยัดใส่โคมหนังปีศาจ
ม่อเสี่ยวซีเดินเข้าไปในโรงเก็บของ ใช้มือดึงถุงเก็บของที่ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองซ่อนอยู่ในตู้มาเปิดดู ข้างในมีผลึกเซียนอัดแน่นเต็มไปหมด