จากที่กะด้วยสายตา นิ้วเท้าข้างหนึ่งของกระดูกเซียนอยู่ตรงมุมขวาล่างของถ้ำเหมืองพอดี ขอเพียงขุดต่อไปอีกสิบกว่าเมตรก็จะพบ
ม่อเสี่ยวซีเหลือบมองเผยจิ้งที่กำลังหลับสนิท ก่อนลอบใช้วิชาโฮ่วถู่เจาะรูเล็ก ๆ กว้างราวสิบเซนติเมตรบนผนังถ้ำ
นางเก็บดินในรูเล็กนั้นเข้าไปในมิติทันที จากนั้นใช้ญาณสำรวจเข้าไปตามแนวนิ้วของกระดูกเซียน แล้วเก็บผลึกเซียนที่ควบแน่นจากกระดูกเซียนยาวหลายสิบเมตรเข้าไปในทะเลวิญญาณจนหมด
ดินที่ฝังกระดูกเซียนไว้ก็ถูกวิชาโฮ่วถู่พลิกขึ้นมาเช่นกัน ก่อนเก็บเข้าไปในมิติบ่อบัวทั้งหมด
เมื่อลงมือเสร็จ นางใช้วิชาโฮ่วถู่ปิดถ้ำเหมืองด้านหลัง
เสียงดังเกินไปจนเผยจิ้งสะดุ้งตื่น พอลืมตาเห็นถ้ำเหมืองถล่มก็ผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้น? ถ้ำเหมืองถล่มหรือ?”
ม่อเสี่ยวซีหยิบไข่ต้มสองฟองส่งให้นาง “กินอะไรก่อน”
เผยจิ้งรับไข่มา พลางมองนางอย่างระแวดระวัง “เจ้าซ่อนอาหารไว้หรือ?”
“อืม” ม่อเสี่ยวซีเอนหลังพิงผนังถ้ำ ปอกเปลือกไข่แล้วกลืนลงปากสองคำจนหมด
เผยจิ้งก็ปอกไข่เช่นกัน ก่อนถามเสียงเบา “ถ้าพวกเราไม่ออกไปตลอด ผู้คุมจะเข้ามาตามหาหรือไม่?”
“ไม่หรอก”
ม่อเสี่ยวซีกินไข่สองฟองหมดแล้วก็หยิบแตงหอมออกมาลูกหนึ่ง ทุบจนแตกแล้วส่งให้เผยจิ้งครึ่งหนึ่ง “ต่อให้มาตามหาก็ไม่ต้องกลัว ขอแค่พวกเราไม่ออกไป พวกเขาก็ทำอะไรเราไม่ได้”
คนที่ถูกส่งเข้ามาขุดเหมืองล้วนเป็นผู้บำเพ็ญขั้นหลอมแรงวิญญาณที่มีระดับตบะต่ำ พวกเขาต้องกินต้องดื่ม ทั้งยังต้องนอนพักผ่อน
หากไม่ต้องถูกข้อจำกัดเหล่านี้ผูกมัด คนงานเหมืองก็ไม่จำเป็นต้องส่งมอบผลึกเซียน และสามารถหลบอยู่ในถ้ำเพื่อบำเพ็ญได้ตลอด