ขณะกำลังพูดคุยกันอยู่ ก็มีคนรับใช้หลายคนเดินออกมาจากสวนสัตว์ พวกเขาเนื้อตัวสกปรกมอมแมมและดูอิดโรย บ้างหาบบ้างแบกตะกร้าสานที่อัดแน่นไปด้วยมูลสัตว์
ม่อเสี่ยวซีเลิกคิ้ว แล้วขยับหลบไปด้านข้าง
ผู้บำเพ็ญหญิงนางหนึ่งซึ่งมีมูลสัตว์ติดเต็มศีรษะและใบหน้า เหลือบเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างอู๋ซื่อเข้าโดยบังเอิญ พลันเดือดดาลจนแทบคลุ้มคลั่ง นางสะบัดตะกร้ามูลสัตว์บนหลังคว่ำลงอย่างแรง ก่อนพุ่งเข้าใส่ม่อเสี่ยวซี “เป็นเพราะเจ้าคนสามัญชั้นต่ำอย่างเจ้า! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ม่อเสี่ยวซีไม่ขยับ เพราะอู๋ซื่อยกแส้ในมือขึ้นฟาดลงไปอย่างหนักหน่วงแล้ว
เพียะ!
หยวนอาเจียวถูกแส้ฟาดเข้าเต็มแรง แม้ไม่ถึงชีวิต แต่ก็ทิ้งรอยเลือดสีแดงสดไว้บนร่าง
อู๋ซื่อตวาดเสียงดัง “เศษสวะที่ไม่รู้จักที่ตาย! เจ้าคิดจะทำอะไร?”
หยวนอาเจียวได้สติราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน แล้วถอยกรูดไม่หยุด
ท้ายที่สุด นางก็ถูกญาติร่วมตระกูลหลายคนลากตัวออกไปจากประตูสวนสัตว์อย่างรวดเร็ว
อู๋ซื่อเก็บแส้ ก่อนหันมาพูดกับม่อเสี่ยวซี “เศษสวะพวกนั้นไร้ประโยชน์จริง ๆ แม้แต่ทำความสะอาดกรงสัตว์ยังไม่เรียบร้อย บางครั้งก็ยังไปรบกวนสัตว์วิเศษ เมื่อวานยังทำให้สัตว์วิเศษตัวหนึ่งที่กำลังตั้งท้องโกรธจนคลุ้มคลั่ง เกือบแท้งลูกเสียแล้ว”
“จริงสิ ตอนนี้เจ้ามีภารกิจอื่นอยู่ในมือหรือไม่? ถ้าไม่มี ก็มารับงานที่นี่เถิด ข้าจะไปคุยกับผู้ดูแลใหญ่ให้ ช่วยปรับแต้มผลงานประจำวันให้สูงขึ้นสักหน่อย”
ม่อเสี่ยวซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าตกลง “ได้ ศิษย์พี่อู๋ ที่สวนสัตว์มีที่พักหรือไม่? ข้ากับคนพวกนั้นมีเรื่องบาดหมางกัน หากยังพักอยู่ที่เรือนคนงาน พอเจอกันเข้าอีกก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน...”