ม่อเสี่ยวซีชะงักงัน เมื่อเห็นกระรอกน้อยตัวนี้มีสีแดงดุจหยกโลหิต และทั่วทั้งร่างแผ่ไอวิญญาณเพลิงออกมา
“หรือว่าจะเป็นวิญญาณเพลิง?”
นางเดินเข้าไป อยากมองดูให้ชัดเจนขึ้น
คาดไม่ถึงว่ากระรอกน้อยสีแดงดุจหยกจะกระโดดพรวดขึ้นมา ยืนเท้าเอวอยู่บนเห็ดเพลิงหลินจือแล้วด่ากราด “จี๊ด ๆ ๆ! จี๊ด ๆ ๆ!”
“เจ้าพูดว่าอะไร? ข้าฟังไม่เข้าใจ” ม่อเสี่ยวซีย่อตัวลง แล้วโน้มเข้าไปพินิจดูใกล้ ๆ
ตอนนี้ทั่วร่างของนางถูกห่อหุ้มด้วยดินหนาเตอะ จึงไม่กลัวว่ากระรอกน้อยจะลอบโจมตีเลย
“จี๊ด ๆ ๆ ๆ!” กระรอกน้อยดูเหมือนจะโกรธจัด มันใช้กรงเล็บเล็ก ๆ ทำท่าทางไม่หยุด แล้วกอดเห็ดเพลิงหลินจือไว้แน่น จ้องมองยักษ์โคลนประหลาดอย่างระแวดระวัง
ม่อเสี่ยวซีพอจะเดาความหมายของเจ้าตัวน้อยได้ นางขนเห็ดเพลิงหลินจือไป ก็เท่ากับแย่งเสบียงของมันไปนั่นเอง
“ไม่อย่างนั้น...พวกเราทำสัญญากันดีไหม?”
เจ้าตัวน้อยที่รู้ความถึงเพียงนี้ ฆ่าทิ้งไปก็น่าเสียดาย ไม่สู้ส่งมันเข้าไปในมิติบ่อบัว เผื่อจะช่วยเพาะเห็ดเพลิงหลินจือได้ด้วย
พอคิดเช่นนี้ ม่อเสี่ยวซีก็หยิบผ้าไหมสัญญาชั้นต่ำออกมาหนึ่งผืน หยดเลือดลงไปหนึ่งหยด ล็อกเป้าหมายไว้ที่กระรอกน้อยโดยตรง แล้วแปะลงบนหน้าผากของมัน
กระรอกน้อยนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมดำขลับเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เอาละ ตอนนี้พวกเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า แต่เจ้าก็ห้ามลงมือกับข้าเหมือนกัน”
ม่อเสี่ยวซีคว้ากระรอกน้อยสีแดงไว้ แล้วโยนมันเข้าไปในมิติพร้อมกับไม้ปีศาจต้นสุดท้ายที่มีเห็ดเพลิงหลินจืองอกอยู่
สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือมิติขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ทั้งยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งออกมาเองโดยอัตโนมัติ แล้วเคลื่อนย้ายไม้ปีศาจเพลิงไปไว้ในบริเวณห่างไกลแห่งหนึ่ง
