ม่อเสี่ยวซีกวาดตามองรอบกาย เห็นนักโทษทุกคนขดตัวหลับตาพริ้ม จึงค่อย ๆ เปิดถุงคล้องเอวหนังปีศาจอย่างระมัดระวัง
ถุงคล้องเอวมีขนาดเท่าฝ่ามือ ดูไม่สะดุดตาเลยสักนิด แถมผิวยังขึ้นเงามันจากการใช้งาน ภายในมีตราสารเก็บของอยู่แผ่นหนึ่งจริง ๆ
บนตราสารเก็บของดูเหมือนจะมีรอยประทับพลังจิต หากนางฝืนเปิดมันออก ย่อมก่อเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน
ม่อเสี่ยวซีจึงสอดถุงคล้องเอวเข้าแขนเสื้อ แล้วเอ่ยเสียงเบากับน้องชายว่า “เสี่ยวเป่ย เจ้านอนกับต้าจวงก่อนเถอะ ข้าจะเฝ้ายามเอง”
ม่อเสี่ยวเป่ยพยักหน้า ก่อนจะเบียดตัวกับต้าจวงจนศีรษะชิดกัน แล้วหลับตาลง
ท่านลุงเอ่ยเสียงเบาว่า “เสี่ยวซี เจ้าไปพักกับป้าสะใภ้ใหญ่เถอะ ข้านอนไม่หลับ ให้ข้าเฝ้ายามเอง”
“ได้ ถ้ามีอะไรเรียกข้านะ” ม่อเสี่ยวซีเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย ประสาทของนางตึงเครียดมาตลอด อีกทั้งสภาพร่างกายก็ไม่ค่อยดี จึงเหนื่อยง่ายกว่าคนอื่น
นางเอนตัวพิงป้าสะใภ้ใหญ่ พอหลับตาก็หลับไปทันที
ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไร จู่ ๆ นางก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรีดร้องระงม
นางสะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นนั่งแล้วกวาดตามองรอบกาย
เห็นเงาดำนับไม่ถ้วนวนเวียนอยู่เหนือศีรษะพวกเขา ส่งเสียงกรีดร้องชวนขนลุก
กระถางไฟซึ่งถูกนักโทษล้อมอยู่ตรงกลางส่องวูบวาบไม่หยุด ถึงกับมีทีท่าว่าจะดับลง
ทหารสองนายคอยโยนคริสตัลปีศาจใส่กระถางไฟไม่หยุด ทว่าเปลวไฟเพิ่งลุกโชนขึ้นก็พลันหรี่ลงอย่างรวดเร็ว ราวกับมีบางอย่างดูดเปลวไฟไป
“แย่แล้วหัวหน้า มีปีศาจกินเพลิง! ต้องเป็นชั้นสี่แน่ เพลิงหนานหมิงลี่ฮั่วของพวกเราถูกมันดูดไปหมดแล้ว...”
