คืนนั้นผ่านไปอย่างสงบ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น อาศัยจังหวะที่โถงด้านหน้าของโรงเตี๊ยมยังไม่มีใคร หลินจิ้นกับบุตรชายจึงเข็นม่อชางไห่ออกจากที่พักก่อน
ไม่นาน ม่อเสี่ยวซีกับน้องชายก็แอบตามออกมา มุ่งตรงไปยังประตูเมือง
คณะเดินทางออกจากประตูเมืองมาได้อย่างราบรื่น ครั้นมาถึงสถานที่เปลี่ยวและกำลังจะกระตุ้นเรือเหาะ จู่ ๆ ก็มีคนสองคนปรากฏตัวขึ้นไม่ไกล
“พี่ใหญ่ ที่แท้ก็เป็นพวกท่านจริง ๆ!” ม่อจือชิวเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกึ่งเย้ยหยัน มือหนึ่งโบกพัดพับ
“เถ้าแก่โรงเตี๊ยมบอกว่าปรมาจารย์ม่อขาทั้งสองข้างพิการ แถมยังพาครอบครัวกับลูกอีกสามคนมาด้วย ข้ายังสงสัยอยู่ว่าจะบังเอิญขนาดนั้นได้อย่างไร วันนี้พอเห็นกับตา ถึงได้รู้ว่าพวกท่านหนีจากทุ่งอู่หวังมาถึงเมืองจื่อชู่แล้วจริง ๆ”
“ใจกล้าไม่เบา แถมยังมีวิธีการมากมาย!”
ม่อจือชิวหัวเราะหึ ๆ พลางชี้ไปที่ม่อเสี่ยวซี “แล้วก็เจ้า รีบเอาของที่ขโมยไปออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งเจ้าไปพบพ่อแม่ของเจ้าเสียตอนนี้!”
ม่อเสี่ยวซีใจหล่นวูบ สบตากับท่านลุงและป้าสะใภ้ใหญ่
ม่อชางไห่พยักหน้าแผ่วเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น จู่ ๆ ธนูและหน้าไม้ก็ปรากฏขึ้นในมือ เขายกมันขึ้นยิงทันที
ในเวลาเดียวกัน หลินจิ้นกับม่อต้าจวงก็ร่ายวิชาปฐพีหนาศิลาขึ้นมาทันที กำแพงดินตั้งตระหง่านขึ้นด้านหลังม่อจือชิวกับยวนรูเอียน ปิดทางถอยของทั้งคู่ไว้
ส่วนม่อเสี่ยวซีพุ่งเข้าไปดุจดาวตก สะบัดมือปล่อยลูกไฟหลายลูกออกไป
ปัง ปัง ปัง!
ลูกไฟกับลูกธนูถูกเครื่องรางวิญญาณป้องกันที่อยู่บนตัวทั้งสองสกัดไว้ทั้งหมด เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
“พวกเจ้ารนหาที่ตาย!” ม่อจือชิวโกรธจัด พัดพับในมือพลันขยายใหญ่ กลายเป็นใบมีดคมกริบหลายเล่ม ฟาดฟันเข้าใส่ทุกคนอย่างรวดเร็ว
