บทที่ 2: หยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง
ที่แท้เธอก็อาศัยอยู่ในนิยายเล่มหนึ่ง
พระเอกก็คือเผยจิ้นจือ
เขาเป็นทายาทตัวจริงแห่งตระกูลร่ำรวยที่ถูกพี่เลี้ยงสลับตัวไป และในอนาคตจะกลายเป็นคุณชายใหญ่แห่งแวดวงผู้มีอิทธิพลในเมืองหลวง เพียงกระทืบเท้าครั้งเดียวก็ทำให้ทั้งเมืองสั่นสะเทือนได้
ส่วนเธอเป็นตัวประกอบหญิงร้ายจอมเอาแต่ใจในนิยาย เป็นอดีตแฟนสาวผู้เป็นรักฝังใจอันมืดมนของพระเอก และเป็นรอยด่างในอดีตที่เขาอยากลืมไปตลอดชีวิต
ในเนื้อเรื่อง พระเอกได้รับความช่วยเหลือจากนางเอกให้กลับไปยังตระกูลเผย ค่อย ๆ เปิดโปงแผนการของคุณชายตัวปลอม และชิงตำแหน่งประมุขตระกูลเผยกลับคืนมา
ท้ายที่สุด คู่รักที่มีใจให้กันก็ได้ครองรักกัน ทั้งสองร่วมมือกันอย่างแข็งแกร่ง หน้าที่การงานรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งคู่รักใคร่กลมเกลียวกันไปชั่วชีวิต
ส่วนเธอกลับต้องตายอย่างอนาถในมุมหนึ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้
วินาทีต่อมา เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง สะเทือนจนแก้วหูแทบแตก
หน้าอกของเจียงซูเหมียนทั้งเจ็บทั้งอึดอัด จนแทบหายใจไม่ออก
เป็นไปตามเนื้อเรื่องในนิยาย เธอหลอกพระเอกกลับมาจากโรงพยาบาล
ตอนนั้นเธอไปเยี่ยมเพื่อนที่กระดูกหักในโรงพยาบาล แล้วบังเอิญพบเผยจิ้นจือที่หมดสติจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
ร่างของเขาเปื้อนเลือดไปทั่ว สวมเสื้อผ้าที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคุณชายจากตระกูลร่ำรวย ทั้งยังสวมนาฬิกาแบรนด์เนมราคาเป็นล้าน
ผู้หญิงที่พาเขามาส่งเป็นเพียงคนผ่านทาง ดูเหมือนเธอจะมีธุระด่วน หลังจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้าแล้วก็รีบร้อนจากไป
ต่อมาเจียงซูเหมียนได้ยินว่าคุณชายผู้ร่ำรวยหมดสติไม่ฟื้น และไม่สามารถติดต่อญาติได้แม้แต่คนเดียว
เจียงซูเหมียนแอบมองเข้าไปผ่านกระจกบนประตูห้องพักผู้ป่วย ชายหนุ่มนอนหลับตาสนิทอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวแต่ก็ไม่อาจบดบังความหล่อเหลาไร้ที่ติได้
เธอมองจนตาค้าง ในใจร่ำร้องอยากครอบครองเขาไว้เป็นของตัวเอง
ตอนนั้นเอง พยาบาลสังเกตเห็นเธออยู่หน้าประตู จึงเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นญาติของเขา
เจียงซูเหมียนถูกความคิดชั่ววูบครอบงำ จึงยอมรับไปตามนั้น
เธอคิดว่าจะดูแลชายหนุ่มไปจนกว่าญาติของเขาจะมาถึง แล้วค่อยจากไป
เธอเฝ้าเขาทั้งวันทั้งคืน คอยเช็ดตัวและดูแล จนกระทั่งเขาฟื้นขึ้นมา
“คุณเป็นใคร?”
ที่ไม่คาดคิดคือชายหนุ่มสูญเสียความทรงจำ เขาจำเรื่องราวในอดีตหลายอย่างไม่ได้
ความเห็นแก่ตัวของเจียงซูเหมียนพองโตอย่างบ้าคลั่ง คำว่า “ฉันเป็นแฟนคุณ” หลุดจากปากเธอไปโดยไม่ทันคิด
ชายหนุ่มเชื่อเธออย่างง่ายดาย
หลังจากนั้นเจียงซูเหมียนก็ใช้ชีวิตอย่างอกสั่นขวัญแขวนมาตลอด จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาล ญาติของเผยจิ้นจือก็ยังไม่มีใครปรากฏตัว
เธออดถามไม่ได้ เผยจิ้นจือทบทวนความทรงจำอันริบหรี่ ก่อนจะตอบว่า “ผมเป็นแค่พนักงานส่งอาหาร ครอบครัวเหมือนจะเสียชีวิตกันหมดแล้ว เหลือผมคนเดียว”
เจียงซูเหมียนไม่เชื่อ แอบเอาเสื้อผ้าราคาแพงของเขาไปตรวจสอบ แล้วพบว่าเป็นของปลอมทั้งหมด
แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็ได้ผู้ชายคนนี้มาแล้ว
เจียงซูเหมียนจึงพาเขากลับไปยังห้องเช่าเล็ก ๆ ของตัวเอง
แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เธอค่อย ๆ กลายเป็นคนเอาแต่ใจและจู้จี้จุกจิกเหมือนที่นิยายบรรยายไว้ ความปรารถนาอันละโมบของเธอลึกล้ำราวกับหลุมไร้ก้น จนแผ่นหลังของเผยจิ้นจือแทบแบกรับไม่ไหว
ตอนเผยจิ้นจือถือกะละมังผ้าที่ซักเสร็จแล้วออกมา เจียงซูเหมียนก็หลับไปอีกครั้งแล้ว
เธอหันหลังให้เขา แผ่นหลังบอบบาง มีผ้าห่มผืนบางคลุมบริเวณเอวกับหน้าท้องไว้
เผยจิ้นจือตากผ้าเสร็จแล้วก็กวาดเศษแก้วข้างเตียงให้สะอาด อาบน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดผ้าห่มแล้วขึ้นไปนอนบนเตียง
ร่างของเจียงซูเหมียนแข็งเกร็ง เธอสัมผัสได้ว่าที่นอนข้างกายยุบลง
วินาทีต่อมา แขนก็โอบรัดเอวกับหน้าท้อง ก่อนจะดึงเธอเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดกว้างใหญ่และร้อนผ่าว
มือใหญ่คู่หนึ่งสอดเข้ามาจากชายเสื้อ ค่อย ๆ ลูบไล้ขึ้นไป
ขาทั้งสองข้างของเธอถูกกดทับ ร่างกายขยับไม่ได้
ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดซอกคอ ปลายลิ้นอุ่นจัดไล้เลียผิวบริเวณลำคอ
“คุณทำอะไร?”
หัวใจเจียงซูเหมียนเต้นรัวจนไม่อาจแกล้งหลับต่อได้ เธอเบือนหน้าหลบ
“...ปรนนิบัติคุณไง” เสียงของเผยจิ้นจือแหบพร่าเล็กน้อย ทั้งเซ็กซี่และทุ้มต่ำ “คุณบอกเองว่าอาทิตย์ละสองครั้ง”
“วันนี้วันอาทิตย์ ยังขาดอีกครั้ง”
เจียงซูเหมียนยกมือปิดแก้มที่ร้อนผ่าว แทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
หลังจากทั้งคู่มีอะไรกันครั้งแรก พละกำลังของเผยจิ้นจือก็เหลือล้นจนน่ากลัว แทบจะบรรเลงเพลงรักกันทุกคืน
แต่ละครั้งเจียงซูเหมียนอ่อนระทวยไปทั้งตัวจนอยากหนี ทว่าก็ถูกลากกลับมาด้วยการกระชากข้อเท้า หลัง ๆ มานี้เธอถึงกับกลัวการมาถึงของค่ำคืน
ไม่รู้ว่าเผยจิ้นจือทำงานหนักทุกวัน แต่เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา
ท้ายที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว จึงทะเลาะกับเขาครั้งใหญ่และยืนกรานว่าต้องมีอะไรกันอาทิตย์ละสองครั้งเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็เลิกกัน
เผยจิ้นจือตกลงและทำตามอย่างเคร่งครัด เพียงแต่แต่ละครั้งกลับจัดหนักเป็นพิเศษ ราวกับจะชดเชยวันที่ขาดหายไป
เจียงซูเหมียนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเป็นตัวประกอบที่ต้องตายอย่างอนาถ
คืนนี้เธอไม่มีอารมณ์จริง ๆ
“ฉันเหนื่อยแล้ว ไว้คราวหน้านะ”
มือที่กำลังซุกซนอยู่บนหน้าอกหยุดชะงัก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เผยจิ้นจือก็ขานรับเบา ๆ
แขนทั้งสองข้างเปลี่ยนมาโอบเอวเธอไว้
ด้านนอกพายุฝนฟ้าคะนอง ลมพัดกระโชกแรง ราวกับเสียงกรีดร้องของผีร้าย
“นอนเถอะ”
เผยจิ้นจือตบหลังเธอเบา ๆ เสียงแหบต่ำของเขาก้องอยู่ข้างหู
ท่ามกลางความมืด เจียงซูเหมียนลืมตาขึ้น สมองที่เคยสับสนแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อย
เธอยอมรับว่าตัวเองทั้งต่ำช้าและหยิ่งทะนง เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการจึงไม่เลือกวิธีการ ที่เธอฉวยโอกาสตอนเผยจิ้นจือสูญเสียความทรงจำ กอบกุมเขาไว้แน่นในมือ ก็เพราะอยากเสพสุขจากความรักและการเลี้ยงดูของเขาอย่างละโมบ เพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งแล้งจนแทบสิ้นใจของตัวเอง
เธอทำให้เผยจิ้นจือเสียเวลาไปหนึ่งปี นี่เป็นเรื่องเลวร้ายเพียงอย่างเดียวที่เธอเคยทำ
เจียงซูเหมียนเข้าใจดีว่าเหตุใดภายหลังตนจึงคลุ้มคลั่งและพัวพันไม่เลิก หลังจากแน่ใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าเผยจิ้นจือไม่ได้รักเธอแม้แต่น้อย
ครั้งสุดท้ายที่เธอไปหาเขา ใจของเธอสิ้นหวัง และเตรียมใจรับผิดทางกฎหมาย ต่อให้ต้องใช้ชีวิตสำนึกผิดอยู่ในคุกไปตลอดชีวิตก็ตาม
อย่างน้อยเธอก็ไม่ควรถูกข่มขืนแล้วนำศพไปทิ้งไว้บนหน้าผา ตายอย่างเงียบเชียบไร้คนล่วงรู้
สายลมและฝนด้านนอกค่อย ๆ สงบลง แสงจันทร์เย็นเยียบสาดส่องลงมา
เปลือกตาของเจียงซูเหมียนหนักอึ้ง ในไม่ช้าก็ผล็อยหลับไป
กว่าจะตื่นก็เป็นช่วงสายมากแล้ว
เตียงอีกฝั่งว่างเปล่า เผยจิ้นจือออกไปส่งอาหารแต่เช้าตรู่เหมือนทุกวัน
บนโต๊ะพับมีข้าวต้มหนึ่งชามกับเกี๊ยวกุ้ง
เจียงซูเหมียนไม่มีอารมณ์จะกิน
ภาพที่เธอตายอย่างอนาถยังติดตาไม่จาง
ยิ่งคิดให้ละเอียดก็ยิ่งหวาดกลัว
เมื่อรู้อนาคตแล้ว เธอจะลองพลิกชะตาตอนจบได้หรือเปล่า?
ต่อให้ท้ายที่สุดคำโกหกถูกเปิดโปง และเผยจิ้นจือยังคงเกลียดเธอ อย่างน้อยเธอก็หลีกเลี่ยงจุดจบอันน่าสลดได้
เธอเก็บเงินก้อนหนึ่งไว้ก่อน พอนางเอกปรากฏตัวก็จะยกตำแหน่งให้ทันที และไม่ตามตื๊ออีกเด็ดขาด
ลองคำนวณดู เผยจิ้นจือยังต้องใช้เวลาอีกครึ่งปีกว่าจะถูกพากลับไปยังตระกูลเผย
เจียงซูเหมียนคิดไปคิดมา แต่ก็ยังหาวิธีดี ๆ ไม่ได้ในตอนนี้
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตามความเคยชิน แล้วพบว่ามีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านหนึ่งข้อความ ส่งมาตอนตีห้าโดยเผยจิ้นจือ
“ในตู้เย็นมีผลไม้ อย่ากินเยอะนะ รอผมกลับมาทำกับข้าวตอนเที่ยง”
ตู้เย็นในห้องเช่ามีขนาดเล็ก สูงแค่เข่าของเธอ
ข้างในเต็มไปด้วยผลไม้หลากชนิด ล้างและแบ่งใส่กล่องเรียบร้อย วางเป็นระเบียบ ในบรรดานั้นยังมีลิ้นจี่ที่เธอชอบที่สุดด้วย
ลิ้นจี่พันธุ์กว้าลวี่จากเจิงเฉิง หนึ่งกล่องมีหกลูก ราคา 298 หยวน
ที่บ้านยังติดหนี้อยู่ 200,000 หยวน รายรับไม่พอกับรายจ่ายแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเผยจิ้นจือก็ยังเบียดเงินมาซื้อผลไม้ราคาแพงขนาดนี้ให้เธอ
เจียงซูเหมียนรู้ว่าเมื่อมีเผยจิ้นจืออยู่ ท้องฟ้าก็ไม่มีวันถล่มลงมา เธอจึงลาออกจากงานแคชเชียร์ร้านสะดวกซื้อ แล้วใช้ชีวิตสบาย ๆ อยู่บ้านอย่างไม่คิดอะไร
ตอนนี้พอมองกล่องลิ้นจี่ เธอกลับรู้สึกเสียดายเงินขึ้นมา
ฟุ่มเฟือยจริง ๆ เธอนี่ช่างใช้เงินเก่งเหลือเกิน
น่าเสียดายที่แกะกล่องลิ้นจี่แล้ว จึงคืนหรือเปลี่ยนไม่ได้
เวลานี้เผยจิ้นจือกำลังออกไปส่งอาหารท่ามกลางแดดแผดจ้า ทำงานหนักหาเงินเลี้ยงครอบครัว
ส่วนเธอถือกล่องลิ้นจี่แช่เย็นราคาแพง นอนยาวจนตะวันส่องก้น แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ
เจียงซูเหมียนรู้สึกผิด จึงคิดว่าควรทำอะไรสักอย่าง
เธอกวาดตามองรอบห้อง ห้องเช่าแคบ ๆ นี้มีข้าวของของเธออยู่เกินครึ่ง
สิ่งของถูกวางกองรวมกันตามใจชอบ ทำให้ดูรกอยู่บ้าง
กวาดพื้น ซักผ้า เก็บข้าวของให้เข้าที่...
เจียงซูเหมียนง่วนอยู่กับงานจนเหงื่อท่วม ไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าเผยจิ้นจือกลับมาตั้งแต่เมื่อไร
“คุณกำลังทำอะไร?”
จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้น เจียงซูเหมียนสะดุ้งโหยง
“บ้านรกเกินไป ฉันเลยเก็บกวาดสักหน่อย”
เผยจิ้นจือยืนอยู่ตรงประตู เขาสวมชุดพนักงานส่งอาหาร เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว มือถือถุงพลาสติกจากซูเปอร์มาร์เก็ต ใบขึ้นฉ่ายสีเขียวสดห้อยออกมาจากถุง
เขากวาดตามองภายในห้อง พื้นถูกถูจนเงาวับ เสื้อผ้าตากอยู่บนระเบียงแคบ ๆ ส่วนของจุกจิกที่กองอยู่บนโต๊ะก็ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ห้องดูสะอาดสว่างขึ้นมาก
เจียงซูเหมียนยืดตัวตรง แอบสังเกตสีหน้าเขา ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับแมวน้อยกำลังรอคำชม
เผยจิ้นจือขมวดคิ้ว น้ำเสียงเย็นชา
“คุณไม่ต้องทำหรอก รอผมว่างแล้วเดี๋ยวผมเก็บเอง”
