บ้านตระกูลฮั่น
ซูหว่านเหอนั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
เธอประคองถ้วยชาไว้ในมือ ค่อย ๆ จิบทีละนิด
โห บ้านหลังนี้ต้องเก็บเงินกี่ปีถึงจะซื้อได้เนี่ย?
โซฟาไม้เนื้อแข็งสีเข้มที่เธอนั่งอยู่ไม่สบายเอาเสียเลย แต่ดูแพงมากจริง ๆ
ชวี่ชูซินเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกมา
พอเห็นซูหว่านเหอทำท่าราวกับลูกแมวที่เพิ่งมาถึงสถานที่ใหม่ เธอก็หัวเราะร่า
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก ที่บ้านไม่มีคนอื่นสักหน่อย”
พอนั่งลง เธอก็ตะโกนไปทางห้องครัว “เสี่ยวหลิว เอาผลไม้ออกมาจานหนึ่ง”
มีคนโผล่หน้าออกมาจากห้องครัว “ได้ค่ะ”
เฮ่อเหวินเพิ่งมาถึงก็ถูกฮั่นหงจี๋ลากไปเล่นหมากรุกแล้ว
พอเห็นซูหว่านเหอวางตัวไม่ถูก เขาก็อดยิ้มไม่ได้ ปกติยัยเด็กคนนี้ช่างซุกซนเจ้าเล่ห์ วันนี้กลับเปลี่ยนไปเสียได้
ฮั่นหงจี๋มองตามสายตาเขา เขารู้สึกมาตลอดว่าคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้ แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน
“เฮ่อเหวิน เด็กคนนี้เป็นลูกใครกัน? ฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”
หัวใจเฮ่อเหวินกระตุกวูบ น้ำเสียงพลันเร่งร้อนขึ้น “คุณอาฮั่นเคยเจอเธอเหรอครับ?”
หลังจากรู้ชาติกำเนิดของเธอ เขาเคยถามว่าอยากตามหาพ่อแม่แท้ ๆ ไหม
แต่ซูหว่านเหอปฏิเสธ
เธอบอกว่า “ตอนนั้นทำไมถึงถูกสลับตัวไปก็ยังไม่รู้ แล้วซูฉีอวิ๋นไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้ยังไงก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ถ้าพ่อแม่แท้ ๆ ของฉัน...ไม่อยู่แล้วล่ะ? สู้ไม่ตามหาดีกว่า ถ้ามีวาสนาต่อกัน สักวันก็คงได้เจอกันเอง”
เฮ่อเหวินจึงไม่ได้เกลี้ยกล่อมต่อ
ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้เบาะแสจากคุณอาฮั่น
พอฮั่นหงจี๋เห็นสายตาวอกแวกของเขา ก็พลันนึกถึงภาพที่ตัวเองเคยถูกตาเฒ่าเฮ่อหลอกเข้าให้
