ซูหว่านเหอสะดุ้งกับเสียงนี้
นี่คือ...คนรู้จักกันเหรอ?
เธอรู้สึกประหลาดใจ คนคนนี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา
โดยเฉพาะแววตาคมกริบตั้งแต่แรกเห็น กับรัศมีรอบกายที่แค่อยู่เฉย ๆ ก็ชวนให้คนเกรงขาม
สิ่งที่ซูหว่านเหอสนใจยิ่งกว่าคือแผ่นหลังที่ตั้งตรงของเขา แม้จะใช้ไม้เท้าช่วยพยุง แต่ก้าวเดินก็ยังมั่นคงไม่เสียจังหวะ
นี่เป็นลักษณะเฉพาะที่พบได้ในตัวทหาร
ชวี่ชูซินเองก็ตกใจมากเช่นกัน “นี่...นี่ลูกชายคนเล็กของเฒ่าเฮ่อเหรอ?”
เธอเคยได้ยินเรื่องลูกชายคนเล็กของเฒ่าเฮ่อมาก่อน
เหมือนจะมีเรื่องผิดใจกันเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน หลังจากนั้นก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
เธอเองก็ไม่ค่อยได้เจอเขา สามีของเธอกับเฒ่าเฮ่อสนิทกันดี มักไปตกปลาเล่นหมากรุกด้วยกัน และเคยเจอเขาหลายครั้ง
ต่อมาเธอได้ยินว่าไอ้หนุ่มนั่นออกจากบ้านไป ก็ยังตกใจอยู่เลย
ฮั่นหงจี๋ขยี้ตาอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนหัวเราะเสียงดัง “เป็นเฮ่อเหวินจริง ๆ ด้วย! นี่นาย...”
เฮ่อเหวินรีบแนะนำ “ตอนนี้ผมเป็นผู้จัดการครับ นี่คือศิลปินในสังกัดของผม เธออยากเข้าร่วมรายการของคุณป้าชวี่ แล้วก็สนใจรายการนี้ เลยอยากร่วมลงทุนด้วยครับ”
จากนั้นเขาก็หันไปแนะนำซูหว่านเหอ “นี่คือผู้ใหญ่ที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก เรียก...”
เฮ่อเหวินเริ่มลำบากใจ
ซูหว่านเหอเรียกเขาว่าพี่ ถ้านับตามลำดับอาวุโส ก็ต้องเรียกอีกฝ่ายว่าคุณลุง
แต่เขาเป็นลูกคนเล็กที่แม่มีตอนอายุมากแล้ว ส่วนคุณลุงฮั่นปีนี้อายุแปดสิบกว่าแล้ว
ชวี่ชูซินยิ้มช่วยแก้สถานการณ์ “เรียกคุณปู่คุณย่าก็ได้จ้ะ หนูคนนี้ดูอายุน้อยมากเลย”
ฮั่นหงจี๋ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนุ่มนี่จะกลายเป็นผู้จัดการอะไรนั่นไปได้
เฮ่อเหวินหันไปทางชวี่ชูซินเช่นกัน แล้วยิ้มทัก “คุณป้าชวี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
