ชวี่ชูซินเป็นคนแบบนี้เอง
แม้จะถูกผู้คนในโลกออนไลน์ดูแคลนและต่อต้าน ก็ยังยืนหยัดในความคิดของตัวเอง
ตอนที่ทุกคนหัวเราะเยาะว่าเธอเพ้อฝัน แถมยังทำให้ตัวเองดูด้อยค่าลง เธอก็ยังตัดสินใจเปิดรายการวาไรตี้ขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยว
ในใจเธอมีความหวังอยู่เพียงอย่างเดียว
นั่นก็คือ—เผื่อว่าจะมีสักคนล่ะ?
เผื่อว่าจะมีใครสักคนชอบสิ่งนี้ขึ้นมาจริง ๆ
เผื่อว่าหลังจากได้ดูแล้ว จะเกลียดมันน้อยลง
เผื่อว่า…มันจะดังขึ้นมาจริง ๆ…
ซูหว่านเหอชื่นชมคนแบบนี้
เธอค่อย ๆ ย่อตัวลง มองคุณย่าชวี่ด้วยแววตามุ่งมั่น “คุณย่าชวี่ หนูจะพยายามให้เต็มที่ หนูจะทำให้วัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนานของแคว้นเซี่ยผสานเข้ากับกระแสนิยมในยุคนี้อย่างแท้จริง หวังว่าจะทำให้ผู้คนรู้จักวัฒนธรรมดั้งเดิมของแคว้นเซี่ยมากขึ้น
แล้วก็เข้าใจว่าแคว้นเซี่ยของเราไม่ได้ด้อยกว่าต่างชาติเลย แถมยังรุ่งเรืองยิ่งกว่าด้วยซ้ำ”
“ดี ดีมาก!” ชวี่ชูซินสะอื้นพลางตบมือซูหว่านเหอ
“ไม่ว่าจะทำให้คนทั่วไปได้รู้จักจริง ๆ หรือเปล่า แค่มีคนหนุ่มสาวแบบหนูอยู่สักคน ย่าก็ดีใจมากแล้ว
ตายไปก็หลับตาได้อย่างหมดห่วง”
ซูหว่านเหอ “ถุย ๆ ๆ พูดไม่เป็นมงคลเลย”
ชวี่ชูซินมองท่าทางแลบลิ้นของซูหว่านเหอแล้วก็หัวเราะขึ้นมา เธอประคองใบหน้าเล็ก ๆ นั้นไว้ด้วยสองมือ ก่อนจะยิ้มร่า
“ได้ ๆ~ ย่าฟังหว่านหว่านก็ได้”
ซูหว่านเหอมองชวี่ชูซินที่ลุกขึ้น แล้วค่อย ๆ ลุกตามพร้อมประคองเธอไว้ ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ๆ
อิงเฉินเหยี่ยนยืนมองทั้งสองคนอยู่ด้านหลังเงียบ ๆ มาตลอด
เขาเม้มริมฝีปากบาง ยิ้มแล้วเดินตามไป
ก่อนจะยืนอีกข้างของชวี่ชูซินและช่วยประคองเธอ
ตอนนี้ในใจและสายตาของชวี่ชูซินมีแต่หว่านหว่านของเธอ แม้แต่หลานรักที่ปกติเอ็นดูนักก็ยังถูกมองข้ามไปแล้ว
