พอได้ยินทำนองนำ เขายังคลางแคลงใจอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สีหน้าของเฮ่อเหวินก็เริ่มเปลี่ยนเป็นใคร่รู้ จากนั้นก็ทึ่ง และท้ายที่สุดก็คลายข้อสงสัยลงอย่างสิ้นเชิง
เฮ่อเหวินถอดหูฟังออก แววตามุ่งมั่น “ฉันคิดแคบไปเอง”
ซูหว่านเหอไม่คิดเลยว่าประโยคแรกที่เขาพูดจะเป็นแบบนี้
“ฉันตกลงตามเงื่อนไขการลงทุนของเธอแล้ว เดี๋ยวจะติดต่อเจ้าหน้าที่การเงินให้ถอนเงินออกมา พอได้ฟังเพลงของเธอ ฉันคิดว่ารายการนี้มีโอกาสดังเป็นพลุแตกมาก”
“ฉันเชื่อในความสามารถของเธอ”
เฮ่อเหวินเห็นริมฝีปากของซูหว่านเหอขยับเล็กน้อย จึงพูดเสริมอีกประโยค
เขาสูดหายใจลึก อารมณ์พลุ่งพล่าน “รายการครั้งนี้อาจเป็นโอกาสดีมาก ถ้ารายการดังขึ้นมา เส้นทางอาชีพของเธอก็จะกว้างไกลกว่าเดิม นี่มันถนนสู่ความสำเร็จชัด ๆ!”
ซูหว่านเหอก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน การเป็นผู้บุกเบิกแนวทางใหม่ เท่ากับได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์!
เฮ่อเหวินไม่รอช้า หยิบของแล้วเตรียมไปคุยเรื่องลงทุนกับผู้กำกับชวี่
ซูหว่านเหอได้ยินที่เฮ่อเหวินพูดก็ไม่กล้าชักช้าเหมือนกัน เธอเปลี่ยนเสื้อผ้ากับรองเท้าแล้วออกไปทันที
ตอนชวี่ชูซินรับโทรศัพท์ เธอยังแปลกใจอยู่เลยว่าเพิ่งคุยโทรศัพท์กันไปไม่ใช่หรือ?
นี่มัน...
ชวี่ชูซินที่โดนเทนัดมานับครั้งไม่ถ้วนอดรู้สึกกระวนกระวายไม่ได้
พอได้ยินปลายสายบอกว่าเตรียมจะลงทุน เธอก็ยืนนิ่งค้าง โทรศัพท์ในมือถูกตัดสายไปแล้วก็ยังไม่รู้ตัว
