ทั้งสองคนกลับมาถึงห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าสบาย ๆ
เฮ่อเหวินเพิ่งจะเตรียมตัวไปตามคน แต่กลับมาเสียก่อน
คือ...จะพูดยังไงดี ความรู้สึกที่เขากลับมาพร้อมกับเฮ่อเหวินนี่มันชวนให้รู้สึกแปลก ๆ
“หว่านเหอ ได้เวลากลับแล้ว”
ฮั่นหมิ่นเพิ่งได้เจอเพื่อนสนิททั้งที กำลังอารมณ์ดี พอได้ยินว่าต้องกลับก็รีบเหนี่ยวรั้งไว้ “อย่าเพิ่งสิ คืนนี้ค้างที่นี่เลยเถอะ”
เฮ่อเหวินกลอกตาใส่ “ฉันไปค้างได้ แต่หว่านเหอล่ะ เป็นถึงผู้บริหารแล้ว ยังไม่ใช้สมองอีก”
ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าได้ตำแหน่งมาได้ยังไง
ฮั่นหมิ่นพูดไม่ออก
ก็เขาลืมไปชั่วขณะนี่นา
คนบ้านฮั่นไม่ได้รั้งไว้อีก พากันมองส่งทั้งสองคนขึ้นรถ
ซูหว่านเหอมองอิงเฉินเหยี่ยนผ่านกระจกรถ
อีกฝ่ายเหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตา จึงยิ้มพลางโบกมือให้
ริมฝีปากบางขยับเอ่ยว่า “แล้วเจอกัน”
ซูหว่านเหอพยักหน้า
วินาทีถัดมา โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
【อิงเฉินเหยี่ยน: ไว้เจอกันคราวหน้า】
ซูหว่านเหอยิ้มบาง ๆ
【ได้สิ ไว้เจอกันคราวหน้า】
แต่จะเมื่อไร ที่ไหน ก็ต้องแล้วแต่นายแล้วล่ะ
ฉันงานยุ่งมากนะ
ซูหว่านเหอเลิกคิ้ว
ในเวลาเดียวกัน
อิงเฉินเหยี่ยนก็ขึ้นรถแล้ว เขาจ้องข้อความในโทรศัพท์ รอจนหน้าจอดับลง รอยยิ้มในดวงตาก็ยังไม่จางหาย
เวินอันที่สังเกตการณ์อยู่จากกระจกมองหลังถึงกับขนลุกซู่
คนบ้างานป่วยหรือไง?
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังขึ้น “ไปบริษัท”
เวินอันยืดตัวตรง “ครับ”
——
ตั้งแต่เพิ่มอิงเฉินเหยี่ยนไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อ ทุกเช้า เที่ยง และเย็น ซูหว่านเหอก็ได้รับข้อความจากอีกฝ่าย
