“พี่หว่านเหอ พี่หว่านเหอ ตื่นก่อน ถึงแล้วค่ะ”
จ้าวหน่วนอี๋ยืนอยู่ข้างที่นั่งของซูหว่านเหอ พลางเขย่าไหล่เธอเบา ๆ
“อืม?” ซูหว่านเหอหรี่ตาข้างหนึ่งแล้วครางงึมงำเบา ๆ
แสงไฟเหนือศีรษะสว่างจ้าจนแสบตาเล็กน้อย
“ถึงแล้วเหรอ?” เธอยืดตัวขึ้นนั่งแล้วบิดขี้เกียจ เสื้อคลุมตัวหนึ่งพลันร่วงจากร่างลงมา
หืม?
ซูหว่านเหอก้มมอง เห็นเสื้อคลุมสีดำพาดอยู่บนตักครึ่งหนึ่ง แขนเสื้อข้างหนึ่งตกลงไปบนพื้น
“เสื้อตัวนี้ของใครนะ?” เธอถามอย่างสงสัย
จ้าวหน่วนอี๋หยิบสัมภาระลงมาแล้วหันหน้าไปมอง “ไม่ใช่ของพี่เหรอคะ? ตอนหนูขึ้นมาก็เห็นอยู่แล้ว นึกว่าพี่หนาวเลยหยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทางเสียอีก”
เสื้อผ้าผู้ชายทรงโอเวอร์ไซซ์ เดี๋ยวนี้สาว ๆ ก็ชอบใส่กันทั้งนั้น
ที่แท้ไม่ใช่เหรอ?
ซูหว่านเหอนิ่งไปครู่หนึ่ง สมองที่เพิ่งตื่นยังทำงานไม่เต็มที่ เธอลองคิดดูแล้วก็แน่ใจว่าไม่มีเสื้อแบบนี้
แวบเดียวก็ดูออกว่าเป็นเสื้อผู้ชาย แถมยังตัวใหญ่เกินไป แขนเสื้อแทบจะยาวเท่าขาเธอแล้ว
พอถือไว้ในมือ ปลายจมูกก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นของไม้ไผ่เขียวลอยมา
กลิ่นนี้คุ้น ๆ เหมือนเคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อน...ที่ไหนกันนะ?
ซูหว่านเหอพาดเสื้อไว้บนแขนแล้วลงจากเครื่องบิน ก่อนหน้านี้เธอถามพนักงานต้อนรับบนเครื่องแล้ว พวกเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน บอกว่าเห็นเสื้อตัวนี้อยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้ว
พอออกมาจากห้องโดยสาร ลมเย็นก็ปะทะหน้า เธอหนาวสั่นขึ้นมาทันที อดกอดเสื้อในมือไว้เพื่อบังลมตามสัญชาตญาณไม่ได้
