“แม่” ซูเหวินโจวพูดอย่างจนใจ “แม่ให้ผมพูดให้จบก่อนได้ไหม ผมรู้หรอกว่าฉีอวิ๋นต่างหากที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของผม ผมจะรับเธอมาอยู่ด้วยได้ยังไงล่ะ?”
แม่ซูชะงักไป ไม่ได้อยู่กับเหวินโจว แล้ว...หายไปตั้งนานขนาดนี้ เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ?
ตอนนั้นเองเธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้ข่าวคราวของอีกฝ่ายมานานมากแล้วจริง ๆ
พ่อซูตวาดอย่างหงุดหงิด พลางหยิบบุหรี่ออกมาจุด “พอแล้ว ให้เหวินโจวพูด”
ซูเหวินโจวลุกขึ้น เดินไปหาพ่อซู แล้วยื่นโทรศัพท์ให้
“นี่อะไร?” พ่อซูรับโทรศัพท์ไปด้วยสีหน้าสงสัย ซูเหวินโจวเปิดคลิป เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้น
“...คลื่นทะเลซัดจนชุดสีขาวเปียกชุ่ม...”
แม่ซูได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นเคยก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ
เด็กคนนี้ยังร้องเพลงเพราะเหมือนเดิมเลย...
ซูฉีอวิ๋นอยู่ข้างกายแม่ซูมาหลายปี เธอคุ้นเคยกับทุกท่าทีของแม่ จึงรู้ว่าแม่ใจอ่อนอีกแล้ว
ทั้งที่เธอ ซูฉีอวิ๋นต่างหากที่เป็นลูกแท้ ๆ ของพวกเขา แต่เด็กนอกคอกที่เข้ามาสวมรอยแย่งชีวิตของเธอไป กลับได้ใช้ชีวิตแบบเธอมาตั้งหลายปี แถมยังทำให้พ่อแม่เป็นห่วงอีก
มือของซูฉีอวิ๋นที่วางบนเข่ากำแน่น จนฝ่ามือเต็มไปด้วยรอยเล็บ เธอเงยหน้าขึ้น สีหน้าเคียดแค้นแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มยินดี “นั่นเสียงน้องเหรอคะ? ตอนนี้เป็นดาราแล้วเหรอ?”
พ่อซูหน้าเขียวคล้ำ สีหน้ามืดมนจนน่ากลัว “ออกจากตระกูลซูไปแล้ว กลับกลายเป็นนักแสดงที่ออกหน้าออกตา! ทำให้ตระกูลซูขายหน้าจริง ๆ!” เขาแค่นเสียง ก่อนจะตบโต๊ะดังปัง
มุมปากซูฉีอวิ๋นยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหุบลงอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเจือทั้งความยินดีและกังวล “กว่าน้องจะเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ก็ลำบากแท้ ๆ แต่กลับ... ใคร ๆ ก็พูดกันว่าวงการนี้อยู่ยาก ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเข้าไปได้ยังไง ถ้าหากว่า...”
