เจียงฉินหมินกระแอมเบา ๆ ก่อนพูดว่า “เฉิงซิ่น พี่หยาง ผมเข้าใจว่าพวกคุณกังวลอะไร”
“แต่ไหน ๆ เราก็มาถึงแล้ว ค่าน้ำมันอีกสามไมล์ทะเลสุดท้ายไม่ใช่ปัญหาหรอก”
“ผมขอพูดไว้ตรงนี้เลย วันนี้ถ้าทำให้ทุกคนต้องกลับไปมือเปล่า ผมจะไปขอโทษถึงบ้านทีละคน”
“แต่ถ้าสถานที่ที่หลินปินบอกมีแหล่งรวมปลาทูจริง ๆ ผมก็ไม่ขออะไรจากพวกคุณ แค่ต่อจากนี้ช่วยพูดถึงเรื่องแย่ ๆ ที่หลินปินเคยทำให้น้อยลงก็พอ”
พอได้ยินอย่างนั้น ซุนเฉิงซิ่นกับหยางฉ่างหย่งก็ได้แต่พยักหน้า แล้วแยกย้ายกันกลับเข้าไปในห้องเรือ
พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว พวกเขาก็ถือเสียว่ามาเป็นเพื่อนเจียงฉินหมินออกเรือเล่นสักเที่ยว
ยังไงก็แค่มาตอบแทนน้ำใจ อย่างมากตอนขากลับค่อยหาที่รวมปลาทูแห่งอื่นดู ขอแค่ไม่มีใครจับจอง พวกเขาก็น่าจะพอกว้านปลาทูกลับไปได้บ้าง
จะได้ไม่ต้องกลับมามือเปล่าอีก
เจียงฉินหมินเร่งเครื่องเต็มกำลัง มุ่งหน้าไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงที่หมาย เขาก็ประคองเรือให้หยุดนิ่ง แล้วรีบออกจากห้องเรือไปตรวจดูสภาพใต้น้ำทันที
พอมองเห็นสถานการณ์ชัดเจน หัวใจที่แขวนค้างอยู่ก็พลันสงบลงในที่สุด
ใต้ผิวน้ำมีสาหร่ายไดอะตอมลอยอยู่เป็นผืนกว้าง แสงแดดส่องผ่านผิวน้ำลงไป พอมองเห็นปลาทูว่ายอยู่ข้างล่างได้ราง ๆ
แม้จะเห็นปลาทูเพียงหนึ่งหรือสองตัว แต่แค่สังเกตเห็นด้วยตาเปล่าได้ ต่อให้มีเพียงหนึ่งหรือสองตัว ก็หมายความว่าใต้น้ำต้องมีปลาทูอยู่เป็นจำนวนมาก
เขาเงยหน้ามองไปไกล ๆ จึงสังเกตเห็นว่าสีของน้ำทะเลใต้เรือพวกเขาเข้มกว่าบริเวณที่อยู่ไกลออกไปมาก!
นั่นหมายความว่าจุดที่พวกเขาอยู่มีกระแสน้ำขึ้นจากใต้ลึก
