หวังจิ้นปู้รู้สึกแสบร้อนบนใบหน้า แต่ไม่กล้าพูดอะไร
เรื่องนี้ ถึงแม้หวังหย่งจะยุให้ไป แต่เพราะเขามีอาวุโสกว่า ถูกตบก็สมควรแล้ว
หวังหย่งที่อยู่ข้าง ๆ เอามือกุมหน้า เห็นหวังจิ้นปู้ไม่พูดอะไร จึงรีบตัดพ้อว่า "พ่อ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอารองหรอก"
"จะโทษก็โทษหลินปิน..."
ทันทีที่พูดจบ หวังจิ้นจวินกับหวังจิ้นปู้ต่างก็ชะงัก
คนรอบ ๆ ที่มุงดูอยู่ก็พากันขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าพายุในทะเลจะมาเกี่ยวอะไรกับหลินปิน
หวังหย่งเหลือบมองหวังจิ้นปู้ เห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไร ใจก็โล่งขึ้น
เรื่องวันนี้ ถ้าพ่อรู้ว่าเขาเป็นคนยุให้อารองออกทะเล กลับบ้านต้องโดนตีหนักแน่
แต่ถ้าโยนความผิดให้หลินปู้ ตัวเองไม่ต้องถูกตี แถมยังทำให้หลินปินขายหน้าได้อีก
ยังไงซะ ต้นเหตุของเรื่องนี้ก็ต้องโทษหลินปิน!
คิดได้ดังนั้น หวังหย่งรีบพูดว่า "พ่อ เรื่องนี้หลินปินเป็นคนยุทั้งนั้น"
"สองวันก่อนหลินปินใช้หนี้ให้ผม ผมคิดว่าเขาก็ลำบาก เลยอยากเลี้ยงข้าวเขาสักมื้อ"
"แต่ไอ้หลินปินนี่ไม่รู้จักดีชั่ว ไม่มาแถมยังก่วงเวลาออกทะเลของอารองอีก"
"ผมโมโห เลยไปคิดบัญชีกับหลินปิน ปรากฏว่าไอ้หมอนี่เล่นลูกไม้ใส่ แถมยังหลอกให้ผมออกทะเลไปจับปลาจวดเหลือง"
"อารองไม่วางใจ เลยไปกับผมด้วย พวกเราสองคนถึงได้เจอคลื่นมรณะ"
"พ่อไม่รู้หรอกว่าคืนนั้นผมกับอารองลำบากแค่ไหน เกือบไปแล้ว ผมเกือบไม่ได้เจอพ่อกับแม่อีก..."
พูดจบ หวังหย่งก็ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก
