จัดการพวกเศษสวะเสร็จ ฟ้าก็มืดลงแล้ว
ลมที่เมืองซาจิ่งแรงขึ้นกว่าเดิม พัดจนลำโพงกระจายเสียงบนเสาไฟฟ้าส่งเสียงซ่า ๆ ดังไม่หยุด
กู่อวี่พาเด็ก ๆ กลับมายังโรงแรมเล็ก ๆ ซอมซ่อ ระหว่างทางสายตาไม่หวังดีที่เคยจับจ้องพวกเธอหายไปหมดแล้ว แทนที่ด้วยความหวาดเกรงและหลบเลี่ยง
“แม่คะ เมื่อกี้คุณลุงคนนั้นบอกว่าจะเอาพวกเราไปขายเหรอคะ” ซานหนิวนั่งอยู่บนเตียงดิน มือเล็ก ๆ กำชายเสื้อกู่อวี่ไว้แน่น แม้ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่จะสะใจ แต่ก็ทำให้เด็กน้อยตกใจไม่น้อย
“ไม่ต้องกลัว มีแม่อยู่ทั้งคน ไม่มีใครขายพวกหนูได้หรอก” กู่อวี่เช็ดหน้าให้เด็ก ๆ ไปพลาง ตรวจดูตามตัวพวกเขาว่ามีบาดแผลหรือไม่
ต้าเป่าตื่นเต้นจนหลับไม่ลง เขาทำท่าประกอบพลางพูดว่า “แม่ครับ เตะเมื่อกี้เท่มากเลย! ผมอยากเรียนบ้าง ต่อไปผมจะปกป้องน้อง ๆ เอง!”
“ได้สิ พอไปถึงหน่วยทหารแล้ว ให้พ่อของพวกหนูสอนนะ” กู่อวี่ยิ้มพลางห่มผ้าให้ต้าเป่า “ตอนนี้นอนได้แล้ว! พรุ่งนี้เช้าเราต้องออกเดินทางกันอีก”
เช้าตรู่วันถัดมา ท้องฟ้าเพิ่งเริ่มสาง
กู่อวี่พาเด็ก ๆ เช็กเอาต์ออกจากที่พัก สะพายสัมภาระพะรุงพะรังมาถึงทางแยกสามแพร่งตรงปากทางเข้าเมือง
ตามที่ป้าร่างท้วมบอก รถทหารที่จะไปกองร้อยชายแดนจะมาถึงพรุ่งนี้ แต่กู่อวี่รอไม่ไหวแล้ว แม้เจ้าถิ่นในเมืองซาจิ่งจะถูกจับไปแล้ว ทว่าผู้คนก็ยังพลุกพล่าน หากชักช้าอาจเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นได้
เธอตั้งใจจะลองเสี่ยงดวงดู เผื่อจะโบกรถที่ผ่านทางไปได้
ยุคนี้รถมีน้อย รอตั้งครึ่งค่อนวันก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา เด็กทั้งหกหนาวจนแก้มแดงก่ำ ยืนกระทืบเท้าอยู่ริมถนนเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น