เจียงหรานยังขยับตัวไม่ได้ จึงทำได้เพียงปล่อยให้หลินปู้อวี่ถูไถอยู่บนตัวเขา
ดวงตาสีดำสนิทของเขาจับจ้องเธอ ส่วนดวงตาของเธอเป็นประกาย ขณะมองเขาด้วยสีหน้าคาดหวัง
เจียงหรานไม่คิดว่าเธอจะชอบเขาจริง ๆ
เพราะแววตาและท่าทีของคนที่ชอบใครสักคนกับคนที่ไม่ได้ชอบนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“เธอมั่นใจว่าตัวเองจะไม่บาดเจ็บต่างหาก”
ชิ แบบนี้ก็ไม่สนุกแล้วสิ
หลินปู้อวี่เบ้ปาก “หัวหน้าทีม คุณนี่ใจแข็งจริง ๆ จะมีเหตุผลไปทำไมขนาดนั้น? คิดบ้างไม่ได้หรือไงว่าฉันยอมตายเพื่อคุณจริง ๆ น่ะ?”
เจียงหรานไม่หลงกลเธอ “มีจุดประสงค์อะไร”
“จุดประสงค์อะไร?” หลินปู้อวี่แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
เจียงหรานยอมอดทนอย่างหาได้ยาก “เป้าหมายที่เธอเข้าฐานอวี่หลานคงไม่ใช่เพราะอยากได้ฐานอวี่หลาน และยิ่งไม่ใช่เพราะอยากเอาชีวิตหัวหน้าฐานอวี่หลาน แต่เป็นเพราะฉัน ฉันอยากรู้ว่าเธอพยายามเข้าหาฉันทุกวิถีทางไปทำไม”
ถ้าถึงตอนนี้เขายังดูไม่ออกว่าเป้าหมายของเธอคือตัวเขา ก็เท่ากับใช้ชีวิตมาหลายปีเสียเปล่า
หลินปู้อวี่ไม่คิดเลยว่าเจียงหรานจะไวต่อความรู้สึกขนาดนี้
เขาเดาได้ทันทีว่าเป้าหมายของเธอคือตัวเขา
แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเธอน่ะ ต่อให้เขาคิดจนหัวแทบแตกก็ไม่มีทางเดาถูก
เธอจึงขยิบตาหว่านเสน่ห์ให้เจียงหรานอย่างไม่จริงจัง แล้วพูดเสียงอ่อนหวานด้วยประโยคจีบเชย ๆ ที่กำลังนิยมกันบนอินเทอร์เน็ต “รู้ไหมว่าความรักมันง่ายแค่ไหน? ง่ายจนแค่เห็นหน้าคุณครั้งแรก ฉันก็ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว คุณเดาถูก เป้าหมายของฉันก็คือคุณ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอคุณ พระเจ้าก็กระซิบข้างหูฉันเบา ๆ ว่า ‘หนีไม่พ้นชะตารัก’”
ตอนพูดคำว่า “หนีไม่พ้นชะตารัก” เธอเน้นเสียงยืดยาวทุกคำ แถมยังขยิบตาให้เขาทุกครั้งที่เอ่ยออกมาหนึ่งคำ
ตัวร้ายใหญ่ก็ต้องทำให้กลับใจไม่ใช่หรือไง?
เธอพูดให้เขาสำคัญขนาดนี้แล้ว อย่างน้อยก็น่าจะทำให้เขาใจอ่อนลงบ้างล่ะน่า?
เพราะคนที่ต้องทำให้กลับใจ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกขาดความรักทั้งนั้น!
เธอสาบานเลยว่าเธอตั้งใจสื่อออกไปเต็มที่แล้วว่าเขาสำคัญกับเธอมากแค่ไหน
เธอพูดอย่างลึกซึ้งราวกับภูตสาวที่ชวนให้คนหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
