เจียงหรานลืมตาขึ้นมองเธอ สายตานั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงส่วนลึกในใจของเธอ
แต่สถานการณ์คับขันขนาดนี้ หลินปู้อวี่จะมีเวลาคิดอะไรได้อีก
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกมือเรียวขึ้นฉวยปืนไรเฟิลที่เนี่ยเฟยวางไว้ด้านหน้า จากนั้นใช้มือข้างเดียวจับหลังคารถ กระโดดพลิกร่างขึ้นไปบนหลังคา
ท่วงท่ารวดเร็วและลื่นไหล ราวกับฝึกซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน
เธอยกปืนเล็งไปยังฝูงซอมบี้ด้านหน้า แล้วตะโกนใส่เซียวจิงเฉิงว่า “เซียวจิงเฉิง รีบออกมา ใช้ดวงตาเมดูซ่าของนาย!”
ก่อนหน้านี้ ตอนต่อสู้กันในโรงพยาบาล พลังดวงตาเมดูซ่าของเซียวจิงเฉิงเคยเผยให้หลินปู้อวี่เห็นแล้ว เขาจึงไม่ได้สงสัยอะไร
เขาปีนออกจากรถไปนั่งยอง ๆ บนหลังคา พลางพูดอย่างรวดเร็วว่า “พลังของฉันทำได้แค่ตรึงซอมบี้ตาเขียวไว้ไม่กี่วินาที ถ้าเจอไอ้ตัวตาสีน้ำเงินแบบนี้ บางทีอาจตรึงไว้ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว”
ซอมบี้ตาสีน้ำเงินพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลินปู้อวี่ปลดเซฟ จับปืนไรเฟิลด้วยท่าทางได้มาตรฐาน แล้วตอบเขาอย่างใจเย็นว่า “0.1 วินาทีก็พอแล้ว”
เซียวจิงเฉิงไม่เคยได้ยินคำตอบที่อวดดีขนาดนี้มาก่อน
ซอมบี้ตรงหน้าเคลื่อนที่เร็วจนเหมือนวาร์ป เธอรู้หรือเปล่าว่าตรึงมันไว้ 0.1 วินาทีจะทำอะไรได้?
แทบทำอะไรไม่ได้เลย
แต่เขาก็ยังทำตามคำสั่งของหลินปู้อวี่ ใช้พลังที่ทำให้มนุษย์และซอมบี้กลายเป็นหินใส่ซอมบี้ตาสีน้ำเงินที่พุ่งเข้ามา
ซอมบี้มีอยู่มากมาย ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
หลินปู้อวี่นั่งยองอยู่บนฝากระโปรงรถ ส่วนเนี่ยเฟยกับซู่หยาที่อยู่ในรถต่างจับตาดูเธออย่างตึงเครียด
